
(แฟ้มภาพซินหัว : ช้างที่อุทยานแห่งชาติแอมโบเซลีในอำเภอคาจิอาโดของเคนยา วันที่ 8 ม.ค. 2026)
ไนโรบี, 8 ส.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันศุกร์ (7 ส.ค.) หน่วยงานคุ้มครองสัตว์ป่าของเคนยาประกาศเพิ่มความเข้มข้นของการเฝ้าระวังทางอากาศและภาคพื้นดินทั่วระบบนิเวศอุทยานแห่งชาติแอมโบเซลี หลังจากพบช้างล้มตาย 16 ตัว ระหว่างวันที่ 24 มิ.ย.-31 ก.ค. โดยส่วนใหญ่เป็นช้างเพศเมียโตเต็มวัยและลูกช้างที่แสดงอาการอ่อนแรงและขาบางส่วนเป็นอัมพาต
หน่วยงานข้างต้นกำลังทำงานร่วมกับชุมชนและพันธมิตรด้านการอนุรักษ์เพื่อเพิ่มความเข้มข้นของการเฝ้าระวัง การลาดตระเวนของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า และการเฝ้าติดตามของสัตวแพทย์ทั่วระบบนิเวศอุทยานฯ เพื่อรับมือกับกรณีช้างล้มเพิ่มเติม พร้อมคุ้มครองความปลอดภัยของสัตว์ป่าและนักท่องเที่ยว โดยผลตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบหลักฐานบ่งชี้โรคติดเชื้อหรือโรคติดต่อในช้างที่ล้มตาย และอุทยานฯ ยังคงเปิดให้บริการและดำเนินงานอย่างเต็มรูปแบบ
มีการรายงานช้างล้มตายกรณีแรกช่วงปลายเดือนมิถุนายน ซึ่งนำสู่การส่งทีมสัตวแพทย์และนักวิทยาศาสตร์จากไนโรบี ซาโว และแอมโบเซลี เข้ารักษาสัตว์ที่ได้รับผลกระทบ ชันสูตรซาก เก็บตัวอย่าง และเพิ่มการตรวจตรา รวมถึงร่วมมือกับทีมนักเคมีของรัฐบาลและมหาวิทยาลัยไนโรบี เพื่อตรวจพิษวิทยา จุลชีววิทยา และการทดสอบทางห้องปฏิบัติการอื่นๆ ควบคู่กับการเก็บตัวอย่างน้ำเพื่อตรวจหาสารปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมที่อาจมีอยู่
ผลวิเคราะห์เบื้องต้นของมหาวิทยาลัยไนโรบีชี้ว่าพิษไซยาไนด์น่าจะเป็นสาเหตุของช้างล้มตายที่ตรวจพบ โดยหน่วยงานคุ้มครองสัตว์ป่าของเคนยากำลังรอผลตรวจยืนยันเพื่อเปรียบเทียบผลตรวจจากห้องปฏิบัติการกับบันทึกกรณีช้างล้มตายโดยเฉพาะ และระบุแหล่งที่มาและเส้นทางของการสัมผัสสารพิษ
ทั้งนี้ หน่วยงานคุ้มครองสัตว์ป่าของเคนยาขอให้คณะกรรมการผลิตภัณฑ์ควบคุมศัตรูพืชเป็นผู้นำทีมเทคนิคจากหลายหน่วยงานเข้าตรวจสอบว่ามีการใช้ จัดเก็บ หรือกำจัดผลิตภัณฑ์ควบคุมศัตรูพืชหรือสารเคมีป้องกันพืชผลอย่างไม่เหมาะสมในระบบนิเวศอุทยานฯ หรือไม่
ขณะเดียวกันทางการเคนยากำลังประเมินการปนเปื้อนที่อาจเกิดขึ้นในน้ำ ดิน และพืชอาหารสัตว์ พร้อมตรวจสอบว่าหญ้าไจแอนต์สตาร์ (giant star grass) ซึ่งเป็นพืชที่สามารถสร้างสารไซยาไนด์ได้ตามธรรมชาติ มีส่วนทำให้ช้างได้รับสารพิษหรือไม่