ซิดนีย์, 26 มิ.ย. (ซินหัว) -- การศึกษาฉบับใหม่ที่นำโดยมหาวิทยาลัยซิดนีย์ของออสเตรเลียระบุว่าเขตมุดตัวของเปลือกโลกยุคโบราณถือเป็นกุญแจสำคัญในการก่อตัวของแหล่งแร่ทองแดง สังกะสี และตะกั่วที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดหลายแห่งในโลก ซึ่งการค้นพบนี้ได้ช่วยเปิดกรอบแนวทางใหม่สำหรับการสำรวจแร่ธาตุ รวมถึงการทำความเข้าใจการก่อตัวของแหล่งแร่ทั้งสามชนิดในชั้นหินตะกอน โดยแร่ธาตุเหล่านี้เป็นแหล่งโลหะสำคัญสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน การผลิต และพลังงานสะอาด
เขตมุดตัวของเปลือกโลกหมายถึงบริเวณที่แผ่นเปลือกโลกแผ่นหนึ่งจมลงใต้อีกแผ่นหนึ่ง โดยผลการศึกษาที่เผยแพร่ในวารสารเนเจอร์ คอมมูนิเคชันส์ (Nature Communications) ช่วยอธิบายว่าเหตุใดขอบทวีปโบราณบางแห่งจึงอุดมด้วยแหล่งแร่ธาตุ ขณะที่บางแห่งที่มีลักษณะทางธรณีวิทยาคล้ายคลึงกันกลับไม่พบแหล่งแร่ในระดับเดียวกัน อีกทั้งจะช่วยลดความไม่แน่นอนในการสำรวจแหล่งแร่และสนับสนุนความมั่นคงด้านทรัพยากรในระยะยาว
ทีมนักวิจัยได้จำลองการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกในช่วงเวลา 1.8 พันล้านปี และพบว่าแหล่งแร่สำคัญในชั้นหินตะกอนมักกระจุกตัวอยู่ห่างจากเขตมุดตัวของเปลือกโลกโบราณราว 800-1,800 กิโลเมตร โดยจากการวิเคราะห์ด้วยแบบจำลองพลศาสตร์ธรณีวิทยา ข้อมูลคลื่นไหวสะเทือน และฐานข้อมูลแหล่งแร่กว่า 2,000 แห่ง พบว่าระยะห่างที่พบโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 1,200 กิโลเมตร
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่ากระแสหินหมุนเวียนในเนื้อโลกชั้นลึก (deep mantle flow) สามารถส่งผ่านแรงเค้นลึกเข้าไปในทวีปได้เป็นระยะทางหลายพันกิโลเมตร ซึ่งช่วยทำให้ขอบแผ่นทวีปโบราณ (craton edges) อ่อนตัวลงและสร้างสภาวะที่เอื้อต่อการสะสมตัวของแร่ธาตุต่างๆ ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ที่ดำเนินต่อเนื่องตลอดช่วงเวลาทางธรณีวิทยา มีส่วนทำให้ชั้นเปลือกโลกและเนื้อโลกเกิดสภาวะที่เหมาะสมต่อการก่อตัวของแหล่งแร่ทองแดง ตะกั่ว และสังกะสีขนาดใหญ่ในชั้นหินตะกอน

(แฟ้มภาพซินหัว : ทิวทัศน์ย่านที่อยู่อาศัยในกรุงแคนเบอร์ราของออสเตรเลีย วันที่ 12 เม.ย. 2025)
