โตเกียว, 13 พ.ค. (ซินหัว) -- โตเกียว โชโกะ รีเสิร์ช (Tokyo Shoko Research) บริษัทวิจัยสินเชื่อของญี่ปุ่น เผยแพร่ผลสำรวจระบุว่าจำนวนบริษัทล้มละลายที่มีหนี้สินอย่างน้อย 10 ล้านเยน (ราว 2.04 ล้านบาท) ในญี่ปุ่น เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.6 จากปีก่อนหน้า อยู่ที่ 883 แห่งในเดือนเมษายน
จำนวนธุรกิจที่ล้มละลายอันเนื่องมาจากภาวะราคาสินค้าที่สูงขึ้นอยู่ที่ 85 แห่ง สูงเป็นประวัติการณ์อันดับ 3 โดยปัจจัยจากสกุลเงินเยนอ่อนค่าได้ส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าและพลังงานปรับตัวสูงขึ้น
นอกเหนือจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นตามภาวะเงินเฟ้อแล้ว ค่าแรงที่ปรับตัวสูงขึ้นและอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นยังค่อยๆ ลดทอนผลกำไรขององค์กร ส่งผลให้จำนวนบริษัทที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันด้านกระแสเงินสดมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ ผลกระทบด้านอุปทานจากการขาดแคลนแนฟทาและราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ยังเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ความกังวลเพิ่มมากขึ้น
เจ้าหน้าที่บริษัทวิจัยระบุว่าสภาพแวดล้อมทางธุรกิจจะยิ่งเลวร้ายลงอีก หากสถานการณ์ความไม่สงบในช่องแคบฮอร์มุซยังคงยืดเยื้อ ซึ่งอาจทำให้จำนวนบริษัทล้มละลายเพิ่มสูงขึ้นในช่วงฤดูร้อน
หากแบ่งตามอุตสาหกรรม พบว่ามี 7 ภาคส่วนที่จำนวนบริษัทล้มละลายเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว เช่น อุตสาหกรรมการก่อสร้าง การผลิต และการค้าส่ง โดยภาคการก่อสร้างมีจำนวนบริษัทล้มละลายเพิ่มขึ้นร้อยละ 21.7 อยู่ที่ 185 แห่ง สะท้อนถึงภาวะที่ผู้บริโภคชะลอการซื้อที่อยู่อาศัย ซึ่งส่วนหนึ่งมีปัจจัยจากราคาอสังหาริมทรัพย์ที่สูงขึ้นและอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านเพิ่มขึ้น

(แฟ้มภาพซินหัว : คนเดินข้ามถนนในกรุงโตเกียวของญี่ปุ่น วันที่ 18 ธ.ค. 2025)