หนานชาง, 20 ต.ค. (ซินหัว) -- คณะผู้แทนจากสองจังหวัดทางตอนเหนือของไทย ได้แก่ เชียงใหม่และลำปาง ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่รัฐบาลท้องถิ่น ศิลปินเครื่องเคลือบดินเผา นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย และตัวแทนจากภาคอุตสาหกรรม ได้เข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมในเมืองจิ่งเต๋อเจิ้น มณฑลเจียงซีทางตะวันออกของจีน ซึ่งครองสมญานามเมืองหลวงแห่งเครื่องเคลือบที่เพิ่งได้รับยกย่องเป็นมรดกโลกแห่งองค์การยูเนสโก (UNESCO) และกำลังจัดงานแสดงสินค้าเครื่องเคลือบนานาชาติจิ่งเต๋อเจิ้นแห่งประเทศจีน ปี 2026
คณะผู้แทนของไทยได้เยี่ยมชมโบราณสถานเตาเผาหลวง รวมถึงย่านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเถาหยางหลี่ โดยเหล่าผู้แทนแบ่งปันมุมมองต่อการปกป้องคุ้มครองมรดกเครื่องเคลือบในปัจจุบันและการรับมือกับความท้าทายของการสืบสานงานฝีมือดังกล่าวระหว่างคนแต่ละรุ่น พร้อมเปรียบเทียบแม่น้ำชางเจียงที่หล่อเลี้ยงการทำเครื่องเคลือบจิ่งเต๋อเจิ้นของจีนกับแม่น้ำปิงที่ไหลผ่านดินแดนล้านนาทางตอนเหนือของไทย
วิทยาลักษณ์ สามใจ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ชี้ความท้าทายร่วมของการสืบสานงานผลิตเครื่องเคลือบล้านนา เนื่องจากช่างปั้นท้องถิ่นรุ่นเก่าจำนวนมากยังคงยึดติดรูปแบบดั้งเดิมและลังเลที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ผลงานส่วนใหญ่จึงเป็นของขวัญตกแต่งมากกว่าของใช้ในชีวิตประจำวัน ทำให้จำกัดการเข้าถึงตลาดผู้บริโภคยุคใหม่ ขณะการพัฒนาเชิงบูรณาการของจิ่งเต๋อเจิ้นที่ผสมผสานความดั้งเดิม การออกแบบสมัยใหม่ และการประยุกต์ใช้เชิงพาณิชย์นับเป็นแรงบันดาลใจที่มีคุณค่า
ขวัญนภา สุขคร อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง และที่ปรึกษาสมาคมเครื่องปั้นดินเผาจังหวัดลำปาง ชี้ความยากลำบากในการสืบสานงานผลิตเครื่องเคลือบล้านนาในลำปาง โดยลำปางเคยเปิดสอนหลักสูตรเครื่องเคลือบระดับอุดมศึกษานาน 35 ปี ก่อนระงับการเรียนการสอนนาน 3 ปี เพราะคนรุ่นใหม่สนใจน้อยลงมากและมีน้อยคนที่เต็มใจจะสืบสานงานฝีมือนี้ ทว่ามีแผนกลับมาเปิดหลักสูตรที่เกี่ยวข้องในปีหน้าและเปิดโครงการอบรมภาคปฏิบัติระยะสั้นสำหรับเด็กและวัยรุ่นเพื่อจุดประกายความสนใจ
ทั้งนี้ คณะผู้แทนของไทยคาดหวังว่าจะมีการแลกเปลี่ยนระหว่างประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งโครงการศิลปินพำนัก โครงการฝึกอบรมภาคปฏิบัติร่วมกัน การจัดนิทรรศการร่วม และการหารือทางเทคนิคระหว่างเมืองจิ่งเต๋อเจิ้นกับภาคเหนือของไทย เพื่อสร้างแรงบันดาลใจจากประสบการณ์ของอีกฝ่ายในการคุ้มครองมรดก การเปลี่ยนผ่านความคิดสร้างสรรค์ และการพัฒนาอุตสาหกรรม รวมถึงเดินหน้าบุกเบิกเส้นทางใหม่ๆ เพื่อสืบสานและพัฒนางานฝีมือดั้งเดิม