
(แฟ้มภาพซินหัว : หมู่ตึกสูงย่านศูนย์กลางธุรกิจในกรุงปักกิ่งของจีน วันที่ 12 ส.ค. 2024)
ปักกิ่ง, 18 ส.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันจันทร์ (17 ส.ค.) ธนาคารประชาชนจีน (PBOC) หรือธนาคารกลางของจีนประกาศว่าได้เพิ่มธนาคารอีก 8 แห่งเข้าสู่รายชื่อสถาบันที่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินธุรกรรมเกี่ยวกับเงินหยวนดิจิทัล ส่งผลให้จำนวนผู้ให้บริการเพิ่มแตะ 30 ราย โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเงินหยวนดิจิทัลอย่างมั่นคง ขยายการเข้าถึงบริการเงินหยวนดิจิทัล และตอบสนองความต้องการของประชาชนที่ต้องการใช้บริการดังกล่าวอย่างปลอดภัย สะดวก และมีประสิทธิภาพ
รายงานระบุว่าธนาคารที่เพิ่มเข้ามาใหม่ ได้แก่ ธนาคารผิงอัน ธนาคารเหิงเฟิง ธนาคารโป๋ไห่ ธนาคารเซี่ยงไฮ้ ธนาคารหางโจว ธนาคารฮุยซาง ธนาคารฉางซา และธนาคารกว่างซี อ่าวเป่ยปู้ ซึ่งจะเชื่อมโยงเข้ากับระบบเงินหยวนดิจิทัลของธนาคารกลาง โดยจะเริ่มให้บริการเงินหยวนดิจิทัลหลังจากการเตรียมการเสร็จสมบูรณ์
ต่งซีเหมี่ยว หัวหน้านักวิจัยจากบริษัทเมอร์แชนต์ส ยูเนียน คอนซูเมอร์ ไฟแนนซ์ คอมพานี ลิมิเต็ด (Merchants Union Consumer Finance Company Limited) กล่าวว่าสถาบันการเงินที่เพิ่มเข้ามาใหม่ ซึ่งประกอบด้วยธนาคารพาณิชย์แบบร่วมทุนและธนาคารพาณิชย์ประจำเมือง จะเข้ามาเติมเต็มช่องว่างด้านบริการในกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมระดับภูมิภาค และการค้าข้ามพรมแดนภายในเครือข่ายผู้ให้บริการที่มีอยู่เดิม
ธนาคารกลางเริ่มศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัลในปี 2014 และเริ่มโครงการนำร่องในช่วงปลายปี 2019 ซึ่งนับแต่นั้นมาการทดลองใช้เงินหยวนดิจิทัลทั้งในประเทศและข้ามพรมแดนได้ขยายไปสู่การใช้งานในชีวิตประจำวันหลากหลายด้าน อาทิ การซื้อสินค้า การรับประทานอาหาร การท่องเที่ยว การศึกษา การดูแลสุขภาพ บริการสาธารณะ และการชำระเงินข้ามพรมแดน ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติในการใช้ชีวิตในจีน
เมื่อเดือนตุลาคม 2025 ธนาคารกลางประกาศว่าจะสนับสนุนให้ธนาคารพาณิชย์มากขึ้นเข้ามาเป็นผู้ให้บริการเงินหยวนดิจิทัลที่ได้รับอนุญาต ซึ่งถือเป็นการยุติช่วงชะงักงันนานกว่า 2 ปี นับตั้งแต่ธนาคารอุตสาหกรรมได้รับอนุญาตเป็นผู้ให้บริการรายที่ 10 ในปี 2022 ก่อนที่ในเดือนเมษายน 2026 ธนาคารกลางจะเพิ่มธนาคารอีก 12 แห่งเป็นผู้ให้บริการเงินหยวนดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตในคราวเดียว โดยมีธนาคารพาณิชย์ระดับเมืองอยู่ในรายชื่อเป็นครั้งแรก
นอกจากนั้น ธนาคารฯ จะยังคงขยายจำนวนผู้ประกอบการต่อไป เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการแข่งขันที่เปิดกว้าง ครอบคลุม และเป็นธรรมสำหรับการพัฒนาเงินหยวนดิจิทัล