เยรูซาเล็ม, 3 ก.พ. (ซินหัว) -- สถาบันวิทยาศาสตร์ไวซ์แมนของอิสราเอลรายงานว่าคณะนักวิจัยนานาชาติได้ทำการวัดขนาดของดาวพฤหัสบดีด้วยความแม่นยำอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และพบว่าดาวเคราะห์ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะดวงนี้มีขนาดเล็กและแบนกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา การคาดการณ์ขนาดและรูปร่างของดาวพฤหัสบดีอ้างอิงจากการวัดเพียง 6 ครั้ง ซึ่งดำเนินการเมื่อเกือบ 50 ปีที่แล้วโดยภารกิจวอยเอจเจอร์ (Voyager) และไพโอเนียร์ (Pioneer) ของนาซา (NASA) ยานอวกาศเหล่านั้นได้ส่งสัญญาณวิทยุกลับมาเพื่อให้ทีมวิทยาศาสตร์ใช้คำนวณมิติต่างๆ ของดาวพฤหัสบดี แต่ก็ยังคงมีช่องว่างความคลาดเคลื่อนและไม่แน่นอน
การศึกษาชิ้นใหม่ซึ่งเผยแพร่ในวารสารเนเจอร์ แอสโตรโนมี (Nature Astronomy) อาศัยข้อมูลจากยานอวกาศจูโน (Juno) ของนาซา ซึ่งโคจรรอบดาวพฤหัสบดีมาตั้งแต่ปี 2016 โดยหลังจากการขยายระยะเวลาภารกิจในปี 2021 ยานจูโนได้เคลื่อนที่ตามเส้นทางใหม่ที่ทำให้สามารถเคลื่อนผ่านไปทางด้านหลังของดาวพฤหัสบดีเมื่อมองจากมุมมองของโลก
ขณะที่ยานอวกาศเคลื่อนที่ผ่านด้านหลังดาวพฤหัสบดี สัญญาณวิทยุของยานเกิดการหักเหเนื่องจากชั้นบรรยากาศที่หนาแน่นของดาวพฤหัสบดี ซึ่งการติดตามการหักเหของสัญญาณนี้ทำให้นักวิจัยสามารถวัดขนาดของดาวพฤหัสบดีได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น และพบว่าดาวพฤหัสบดีมีขนาดแคบกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ราว 8 กิโลเมตรบริเวณเส้นศูนย์สูตร และแบนราบลงราว 24 กิโลเมตรบริเวณขั้วดาว
การค้นพบครั้งนี้ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถปรับปรุงแบบจำลองโครงสร้างภายในของดาวพฤหัสบดี พร้อมทั้งมอบข้อมูลเชิงลึกใหม่ๆ เกี่ยวกับกระแสลมอันทรงพลัง โครงสร้างชั้นลึก รวมถึงกระบวนการก่อตัวและวิวัฒนาการของกลุ่มดาวเคราะห์ยักษ์

(แฟ้มภาพซินหัว : นักบินอวกาศจำลองของอิสราเอลที่สถานีจำลองดาวอังคารในทะเลทรายเนเกฟของอิสราเอล วันที่ 18 ก.พ. 2018)