ปักกิ่ง, 21 ม.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันอังคาร (20 ม.ค.) สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนรายงานว่าการดำเนินนโยบายซื้อขายแลกเปลี่ยน (trade-in) สินค้าอุปโภคบริโภคของจีนในปี 2025 ทำให้ยอดค้าปลีกเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านพุ่งสูงเกือบ 1.17 ล้านล้านหยวน (ราว 5.24 ล้านล้านบาท) และยอดจำหน่ายอุปกรณ์การสื่อสารสูงแตะ 1.01 ล้านล้านหยวน (ราว 4.52 ล้านล้านบาท)
ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ของจีนระบุว่าโครงการซื้อขายแลกเปลี่ยนนี้ทำให้เกิดการซื้อผลิตภัณฑ์ดิจิทัลรวม 91 ล้านรายการ และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านกว่า 129 ล้านรายการ โดยยอดค้าปลีกเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและอุปกรณ์เสียงเพิ่มขึ้นร้อยละ 11 ขณะยอดค้าปลีกอุปกรณ์การสื่อสารเพิ่มขึ้นร้อยละ 20.9 เมื่อเทียบปีต่อปี
โครงการซื้อขายแลกเปลี่ยนนี้ได้เกื้อหนุนการยกระดับอุตสาหกรรมและการเปลี่ยนผ่านสีเขียวของจีน เนื่องจากเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่ซื้อขายภายใต้โครงการนี้มากกว่าร้อยละ 90 เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพการใช้พลังงานหรือการใช้น้ำในระดับสูง
นอกจากนั้นมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านใหม่ใน 12 หมวดหมู่ รวมมากกว่า 177,800 รายการในปี 2025 ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 28.89 เมื่อเทียบปีต่อปี และเป็นผลจากบรรดาบริษัทผู้ประกอบการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีขั้นสูง
ขณะเดียวกันโครงการซื้อขายแลกเปลี่ยนนี้เข้าถึงผู้บริโภคที่มีอายุมากกว่า 60 ปี มากกว่า 15 ล้านคน ซึ่งส่งเสริม "เศรษฐกิจสีเงิน" (silver economy) หรือเศรษฐกิจผู้สูงอายุ
โครงการซื้อขายแลกเปลี่ยนนี้ยังเพิ่มประสิทธิภาพของโครงสร้างการบริโภคภายในประเทศ โดยสมาร์ตโฟนระดับกลาง-สูงคิดเป็นร้อยละ 72.5 ของผลิตภัณฑ์ดิจิทัลทั้งหมดที่ซื้อผ่านโครงการนี้ในปี 2025 และโทรศัพท์ที่ติดตั้งปัญญาประดิษฐ์ (AI) คิดเป็นร้อยละ 83 ของยอดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือทั้งหมด
อนึ่ง จีนเริ่มต้นดำเนินโครงการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าอุปโภคบริโภคในปี 2024 ซึ่งนำสู่การยื่นขอเงินอุดหนุนการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าอุปโภคบริโภคมากกว่า 360 ล้านรายการในปี 2025 ทำให้ยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องสูงเกิน 2.6 ล้านล้านหยวน (ราว 11.6 ล้านล้านบาท) และยอดค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภครายปีของจีนเพิ่มขึ้น 0.6 จุด

(แฟ้มภาพซินหัว : ลูกค้าเลือกชมผลิตภัณฑ์ของบริษัท ซินเป่า อิเล็กทริค แอปพลิเลียนซ์ โฮลดิงส์ จำกัด ในงานแสดงสินค้านำเข้าและส่งออกแห่งประเทศจีนหรือกว่างโจวแฟร์ ครั้งที่ 137 ในเมืองกว่างโจว มณฑลกว่างตงทางตอนใต้ของจีน วันที่ 15 เม.ย. 2025)