กว่างโจว, 16 ม.ค. (ซินหัว) -- หุ่นยนต์ใต้น้ำที่สามารถขุดเจาะแบบสามมิติและตรวจวัดข้อมูลในชั้นธรณีใต้พื้นทะเลในจุดปฏิบัติงาน ซึ่งจีนพัฒนาขึ้นเองตัวแรกในประเทศ เสร็จสิ้นการทดลองดำเนินภารกิจในทะเลจีนใต้ที่ความลึก 1,264 เมตรได้สำเร็จ
เมื่อวันพุธ (14 ม.ค.) สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาทางทะเลกว่างโจว (GMGS) สังกัดสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาแห่งประเทศจีน (CGS) ซึ่งเป็นผู้พัฒนาหุ่นยนต์ดังกล่าว เปิดเผยว่าหุ่นยนต์นี้สามารถบรรลุเป้าหมายด้านสมรรถนะทั้งหมดในการปฏิบัติภารกิจครั้งล่าสุด นับเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของจีนในด้านการสำรวจทะเลลึกและการตรวจวัดชั้นธรณีในจุดปฏิบัติงาน
จูหยางเทา วิศวกรของสำนักงานฯ และรองหัวหน้าโครงการพัฒนาหุ่นยนต์ ระบุว่าหุ่นยนต์ข้างต้นสามารถขุดเจาะได้อย่างอิสระและกำหนดตำแหน่งของตนเองได้อย่างแม่นยำภายในชั้นธรณีใต้ทะเลลึก ทั้งยังสามารถหลีกเลี่ยงสิ่งกีดขวาง เช่น ก้อนหินและเศษซากสิ่งมีชีวิตได้โดยอัตโนมัติ พร้อมวางแผนเส้นทางที่เหมาะสมที่สุดแบบไดนามิก
ทั้งนี้ หุ่นยนต์ดังกล่าวยังติดตั้งเซนเซอร์หลายตัว ทำให้สามารถดำเนินการตรวจวัดข้อมูลในจุดปฏิบัติงานได้ในระยะยาว ครอบคลุมพื้นที่กว้าง และรองรับการตรวจวัดพารามิเตอร์หลายประเภทภายในชั้นหิน
จูเปิดเผยว่าระหว่างการทดสอบ ระบบหุ่นยนต์ได้ดำเนินการตรวจวัดข้อมูลของชั้นหินบนพื้นทะเลแบบเรียลไทม์ในจุดเป้าหมาย และเก็บข้อมูลได้มากกว่า 2,000 ชุด อาทิ ข้อมูลความเข้มข้นของมีเทน ปริมาณออกซิเจนในน้ำ และโครงสร้างชั้นธรณี โดยข้อมูลที่ได้จะช่วยให้เข้าใจสภาพทางธรณีวิทยาของพื้นที่ทดสอบการสกัดทรัพยากรได้ดียิ่งขึ้น
ชั้นหินใต้ทะเลลึกเป็นแหล่งทรัพยากรสำคัญ เช่น ก๊าซไฮเดรต แร่ธาตุหายากหรือแร่แรร์เอิร์ธ (rare-earth) ในทะเลลึก และก้อนแร่โพลีเมทัลลิก (Polymetallic nodules) โดยการพัฒนาทรัพยากรเหล่านี้อย่างปลอดภัยและยั่งยืนมีความสำคัญต่อความมั่นคงด้านพลังงานและทรัพยากรของจีน แต่การสำรวจต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่รุนแรง เช่น อุณหภูมิต่ำ ความเค็มสูง แรงดันสูงมาก และความไม่เสถียรทางธรณีวิทยา
จูอธิบายว่าเทคโนโลยีการขุดเจาะและตรวจวัดใต้ทะเลลึกที่มีอยู่ในปัจจุบันมักขาดความคล่องตัว ครอบคลุมพื้นที่และช่วงเวลาในการเก็บข้อมูลได้จำกัด และไม่รองรับการส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ ส่งผลให้การตรวจวัดภายในชั้นหินใต้ทะเลแบบรบกวนน้อยที่สุดและเป็นไปอย่างเรียลไทม์ทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
ทีมวิจัยของสำนักงานฯ จึงได้พัฒนาเทคโนโลยีหลักด้วยตนเองและสร้างหุ่นยนต์ขึ้นมา เพื่อแก้ไขช่องว่างดังกล่าว โดยใช้การออกแบบแบบโมดูลหลายส่วน และผสานเทคโนโลยีการนำทางด้วยแรงเฉื่อย ระบบระบุตำแหน่งด้วยเครื่องส่งสัญญาณแม่เหล็ก และอัลกอริทึมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งช่วยยกระดับความชาญฉลาดและความสามารถในการปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมได้อย่างมาก
สำหรับระยะต่อไป ทีมงานจะปรับปรุงสมรรถนะโดยรวมของหุ่นยนต์ให้สามารถรองรับสภาพแวดล้อมการทำงานที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น โดยคาดว่าจะนำไปใช้ในการสำรวจและพัฒนาทรัพยากรทะเลลึก เช่น ก๊าซไฮเดรต แร่ธาตุหายาก และก้อนแร่โพลีเมทัลลิก
นอกจากนี้ หุ่นยนต์ดังกล่าวยังจะสนับสนุนโครงการขุดเจาะทางวิทยาศาสตร์ในทะเลลึกของจีน และเป็นเทคโนโลยีสำคัญในการสนับสนุนยุทธศาสตร์วิทยาศาสตร์ทะเลลึกระดับชาติ รวมถึงเสริมสร้างศักยภาพทางทะเลของประเทศ

(ภาพจากสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาทางทะเลกว่างโจว : หุ่นยนต์ใต้น้ำที่จีนพัฒนาเอง ซึ่งสามารถขุดเจาะแบบสามมิติและตรวจวัดข้อมูลในชั้นธรณีใต้พื้นทะเลในจุดปฏิบัติงานในทะเลจีนใต้ วันที่ 14 ต.ค. 2025)

(ภาพจากสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาทางทะเลกว่างโจว : เจ้าหน้าที่เตรียมการทดลองใช้หุ่นยนต์ใต้น้ำที่สามารถขุดเจาะแบบสามมิติและตรวจวัดข้อมูลในชั้นธรณีใต้พื้นทะเลในจุดปฏิบัติงานในทะเลจีนใต้ วันที่ 14 ต.ค. 2025)