
(แฟ้มภาพซินหัว : ชายทดลองใช้งานหุ่นยนต์โครงกระดูกภายนอกหรือเอ็กโซสเกลเลตันที่งานมหกรรมอุตสาหกรรมอัจฉริยะโลก ปี 2025 ในเทศบาลนครฉงชิ่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน วันที่ 7 ก.ย. 2025)
ปักกิ่ง, 14 ม.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันอังคาร (13 ม.ค.) หน่วยงานกลาง 8 แห่ง ซึ่งรวมถึงกระทรวงกิจการพลเรือนของจีน ร่วมกันออกแนวปฏิบัติเรียกร้องให้ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งรวมถึงส่วนต่อประสานระหว่างสมองกับคอมพิวเตอร์ หุ่นยนต์โครงกระดูกภายนอกหรือเอ็กโซสเกลเลตัน (Exoskeleton) และชุดพยุงกล้ามเนื้อ เพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุที่สมรรถภาพทางร่างกายเสื่อมถอย โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันการปฏิรูปบริการดูแลผู้สูงอายุ ปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ และกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจสีเงิน (silver economy) หรือเศรษฐกิจผู้สูงวัย
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการดูแลผู้สูงอายุกำลังสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง โดยในมณฑลเจ้อเจียงทางตะวันออกของจีน ชายแซ่เฉิน วัยราวหกสิบกว่าปี ซึ่งเป็นอัมพาตครึ่งซีกด้านซ้ายหลังเลือดออกในสมอง สามารถกลับมาหยิบถ้วยด้วยมือซ้ายได้อีกครั้ง หลังจากผ่านการฝึกฝนโดยใช้เทคโนโลยีส่วนต่อประสานระหว่างสมองกับคอมพิวเตอร์แบบไม่รุกรานในโรงพยาบาล
แนวปฏิบัติดังกล่าวยังส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ดูแลผู้สูงอายุ พร้อมทั้งกระตุ้นความร่วมมือในการบูรณาการหุ่นยนต์ การฟื้นฟูทางการแพทย์ และเทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะ เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้สูงอายุ อาทิ การช่วยเหลือในชีวิตประจำวัน การสนับสนุนทางอารมณ์ บริการดูแลทางสังคม ฯลฯ
แผนริเริ่มเชิงนโยบายนี้มีขึ้นท่ามกลางจำนวนประชากรสูงวัยในจีนที่เพิ่มอย่างรวดเร็ว ข้อมูลเผยว่าเมื่อนับถึงสิ้นปี 2024 จีนมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป 310 ล้านคน และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเกิน 400 ล้านคนภายในปี 2035
นอกเหนือจากการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ แนวปฏิบัติยังให้ความสำคัญกับการขยายบริการดูแลผู้สูงอายุในระดับชุมชน ผ่านการส่งเสริมผู้ให้บริการดูแลผู้สูงอายุในรูปแบบเครือข่าย และสนับสนุนให้บริษัทบริการภายในครัวเรือนพัฒนาโซลูชันการดูแลที่บ้านซึ่งออกแบบให้สอดคล้องกับความต้องการเฉพาะของผู้สูงอายุ ท่ามกลางความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เอกสารดังกล่าวยังมุ่งดึงศักยภาพทางเศรษฐกิจของประชากรสูงวัยมาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสีเงินของจีนจะมีมูลค่าสูงกว่า 30 ล้านล้านหยวน (ราว 135 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2035 แนวปฏิบัติจึงเรียกร้องให้เร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อผู้สูงอายุ อาทิ เครื่องสำอางที่ออกแบบเฉพาะสำหรับผู้สูงวัย อาหารน้ำตาลต่ำ โปรตีนสูง และเคี้ยวง่าย รวมถึงเสื้อผ้าที่ออกแบบเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งมีคุณสมบัติด้านความปลอดภัย รักษาความอบอุ่น และช่วยพยุงหรือจัดท่าทางร่างกาย