
กว่างโจว, 6 ม.ค. (ซินหัว) -- ด่านจูไห่ของสะพานฮ่องกง-จูไห่-มาเก๊ารองรับปริมาณการเดินทางของผู้โดยสารขาเข้าและขาออกมากกว่า 100 ล้านครั้งแล้วเมื่อนับถึงวันอังคาร (6 ม.ค.) นับตั้งแต่เปิดให้สัญจรเมื่อเดือนตุลาคม 2018 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนให้เห็นความก้าวหน้าของการเชื่อมโยงและการบูรณาการระดับภูมิภาค
สะพานฮ่องกง-จูไห่-มาเก๊า มีความยาว 55 กิโลเมตร เป็นทางสัญจรข้ามทะเลแบบสะพานและอุโมงค์ที่ยาวที่สุดในโลก เชื่อมต่อเขตบริหารพิเศษฮ่องกง เขตบริหารพิเศษมาเก๊า และเมืองจูไห่ในมณฑลกว่างตง ซึ่งทั้งหมดตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจีน โดยสะพานแห่งนี้ช่วยย่นเวลาการเดินทางระหว่างฮ่องกงกับจูไห่ และฮ่องกงกับมาเก๊า จาก 3 ชั่วโมง เหลือเพียงราว 45 นาที
สถานีตรวจสอบการผ่านแดนของด่านจูไห่ในมณฑลกว่างตงระบุว่า สะพานแห่งนี้ใช้เวลากว่าห้าปีในการทำสถิติรับรองการเดินทางของผู้โดยสารข้ามแดนแตะ 50 ล้านครั้ง และใช้เวลาหนึ่งปีแปดเดือนทำสถิติรับรองผู้โดยสารข้ามแดนอีก 50 ล้านครั้งถัดมา
รายงานระบุว่าผู้อยู่อาศัยในฮ่องกงหรือมาเก๊าเดินทางผ่านด่านจูไห่แล้วกว่า 58.73 ล้านครั้ง คิดเป็นร้อยละ 58.7 ของการเดินทางของผู้โดยสารทั้งหมด โดยเฉพาะในปี 2025 ด่านจูไห่รับรองปริมาณการเดินทางของผู้โดยสารจากฮ่องกงและมาเก๊า 18 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 300 จากปี 2019 ตัวเลขดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงการเดินทางที่สะดวกและได้รับความนิยมมากขึ้น ทั้งในด้านการท่องเที่ยว ธุรกิจ การศึกษา และการเยี่ยมครอบครัว
กระแสไชน่า ทราเวล (China Travel) หรือ "ท่องเที่ยวจีน" ที่กำลังมาแรง ประกอบกับนโยบายเดินทางผ่าน (transit) แบบฟรีวีซ่า ระยะ 240 ชั่วโมง ทำให้นักเดินทางต่างชาติจำนวนมากขึ้นเลือกใช้ด่านจูไห่เป็นจุดเข้า-ออก เนื่องจากเชื่อมต่อโดยตรงกับท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง โดยด่านจูไห่มีผู้โดยสารต่างชาติเดินทางเข้าออก 5.69 แสนคนในปี 2025 เพิ่มขึ้นร้อยละ 28.7 เมื่อเทียบปีต่อปี
ปริมาณการเดินทางของผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นบนสะพานฮ่องกง-จูไห่-มาเก๊า เป็นภาพสะท้อนการบูรณาการทางเศรษฐกิจและสังคมที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นของเขตเศรษฐกิจอ่าวกว่างตง-ฮ่องกง-มาเก๊า
แม้เขตเศรษฐกิจอ่าวกว่างตง-ฮ่องกง-มาเก๊าจะมีพื้นที่น้อยกว่าร้อยละ 1 ของพื้นที่ทั้งหมดของจีนและมีประชากรเพียงร้อยละ 6 ของประชากรทั้งหมดของจีน แต่ผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ของเขตเศรษฐกิจแห่งนี้ได้ขยายตัวมาอยู่ที่ 14.79 ล้านล้านหยวน (ราว 65.94 ล้านล้านบาท) ในปี 2024 คิดเป็นหนึ่งในเก้าของผลผลิตทางเศรษฐกิจของประเทศ และแซงหน้าจีดีพีของเขตอ่าวนิวยอร์กและเขตอ่าวซานฟรานซิสโกไปเป็นที่เรียบร้อย










