
(แฟ้มภาพซินหัว : เห็ดหอมที่เพาะปลูกโดยศูนย์อุตสาหกรรมเห็ดกินได้อำเภอชิ่งหยวน ในอำเภอชิ่งหยวน มณฑลเจ้อเจียงทางตะวันออกของจีน วันที่ 9 ธ.ค. 2025)
หางโจว, 24 ธ.ค. (ซินหัว) -- อำเภอชิ่งหยวนในมณฑลเจ้อเจียงทางตะวันออกของจีน เปลี่ยนผืนป่าเขียวชอุ่มให้กลายเป็นแหล่งรายได้ด้วยการเพาะปลูกเห็ดกินได้ โดยผสานภูมิปัญญาดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาหลายศตวรรษเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ตัวอย่างเช่น บริษัทชิ่งหยวน จวินป๋อ ไบโอเทคโนโลยี จำกัด ซึ่งได้ยุติวิธีอบแห้งและคัดแยกเห็ดแบบดั้งเดิม และติดตั้งเครื่องอบแห้งอัจฉริยะ 53 เครื่องที่ออกแบบให้เหมาะกับสายพันธุ์เห็ดท้องถิ่น สามารถควบคุมการอบแห้งแบบอัตโนมัติ และติดตามการทำงานได้จากระยะไกล
บริษัทฯ มีประสบการณ์ผลิตและจำหน่ายเห็ดหอมยาวนานกว่า 30 ปี ปัจจุบันได้ลงทุนในเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิต โดยเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ กล่าวว่ากระบวนการใหม่ช่วยลดข้อบกพร่องอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่การใช้งานเครื่องคัดแยกสีที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำให้ความแม่นยำในการคัดประเภทเห็ดเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 95 โดยเห็ดสดทุกๆ 1 ตันที่นำมาอบแห้งด้วยระบบใหม่นี้สามารถประหยัดฟืนไปได้ 370 กิโลกรัม และลดการปล่อยคาร์บอน 230 กิโลกรัม
นอกจากนี้ มีการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมเห็ดกินได้ที่มุ่งเน้นการวิจัย การแปรรูป และการท่องเที่ยวเชิงเกษตรในอำเภอชิ่งหยวน โดยมีกำหนดเปิดดำเนินการภายในสิ้นปี 2027 ซึ่งนิคมแห่งนี้จะประยุกต์ใช้หลายเทคโนโลยีอัจฉริยะ อาทิ เครื่องอบแห้งประหยัดพลังงาน ที่ช่วยลดทั้งการใช้เชื้อเพลิงและความเสี่ยงจากอัคคีภัย
ทางการประเมินว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยประหยัดฟืนราว 7,500 ตันต่อปี และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 3,000 ตัน พร้อมทั้งลดการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์และไนโตรเจนออกไซด์ได้อย่างมาก โดยเมื่อเปิดดำเนินการแล้ว คาดว่านิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้จะสร้างมูลค่าผลผลิตต่อปีกว่า 400 ล้านหยวน (ราว 1.76 พันล้านบาท) สนับสนุนครัวเรือนเกษตรกรในท้องถิ่นกว่า 5,000 หลัง และช่วยให้เกษตรกรผู้เพาะปลูกเห็ดมีรายได้เพิ่มขึ้นราว 200 ล้านหยวน (ราว 883 ล้านบาท) ต่อปี
ความพยายามข้างต้นเป็นส่วนหนึ่งในยุทธศาสตร์ภาพรวมของอำเภอชิ่งหยวนที่มุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมเห็ดกินได้ให้เป็นกลไกขับเคลื่อนความมั่งคั่ง โดยเมื่อนับถึงปี 2024 อุตสาหกรรมดังกล่าวได้สร้างงานและเพิ่มรายได้ประชาชนมากกว่า 40,000 คน ขณะที่รายได้เฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ราว 36,000 หยวน (ราว 1.59 แสนบาท) ต่อปี
พืชผลขนาดกะทัดรัดที่เพาะปลูกในผืนป่าเหล่านี้ยังช่วยเพิ่มรายได้เกษตรกรในมากกว่า 400 อำเภอ จากกว่า 20 ภูมิภาคระดับมณฑลทั่วจีน ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการขยายตัวนี้คือโครงการรับรองเกษตรกรผู้เชี่ยวชาญด้านการเพาะเห็ดของอำเภอชิ่งหยวน โดยภายในปี 2024 มีการฝึกอบรมบุคลากรผู้เชี่ยวชาญแล้ว 706 คน ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ได้นำองค์ความรู้ไปถ่ายทอดทั่วประเทศ ช่วยให้เกษตรกรในพื้นที่อื่นๆ ของจีนเพิ่มพูนผลผลิตและรายได้
ความกลมกลืนระหว่างมนุษย์กับระบบนิเวศในภูมิภาคนี้มีรากฐานย้อนไปถึงศตวรรษที่ 13 และได้รับการยอมรับในระดับโลก โดยในปี 2022 องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ได้ขึ้นทะเบียนระบบบริหารจัดการป่าไม้ควบคู่กับการเพาะเห็ดของชิ่งหยวน (QFMCS) ให้เป็นระบบมรดกการเกษตรที่สำคัญของโลก ซึ่งระบบนี้เป็นรูปแบบวนเกษตรยั่งยืนที่ผสมผสานการจัดการป่าไม้ การเพาะปลูกเห็ด และการใช้ทรัพยากรแบบหมุนเวียนในพื้นที่ภูเขาสูง ทำให้ชุมชนท้องถิ่นสามารถรับรองความมั่นคงด้านอาหาร
