
(แฟ้มภาพซินหัว : นิทรรศการจูราสสิก เวิลด์ : เดอะ เอ็กซ์พีเรียนซ์ จัดขึ้นที่คลาวด์ ฟอเรสต์ในการ์เดนส์ บาย เดอะ เบย์ของสิงคโปร์ วันที่ 26 พ.ค. 2025)
เยรูซาเล็ม, 17 ธ.ค. (ซินหัว) -- งานวิจัยของมหาวิทยาลัยเทลอาวีฟของอิสราเอล ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันอังคาร (16 ธ.ค.) ระบุว่าไดโนเสาร์บางชนิดที่มีชีวิตอยู่เมื่อราว 160 ล้านปีก่อน แม้จะมีขนคล้ายนก แต่ไม่สามารถบินได้ แสดงให้เห็นว่าวิวัฒนาการความสามารถในการบินมีความซับซ้อนกว่าที่เคยเชื่อกัน
นักวิจัยจากจีน อิสราเอล และสหรัฐฯ ศึกษาฟอสซิลของแอนคิออร์นิส (Anchiornis) ไดโนเสาร์ขนาดเล็กจากภาคตะวันออกของจีน โดยเมื่อตรวจสอบรูปแบบการเจริญเติบโตและการผลัดขน พบว่ามีลักษณะไม่เป็นระเบียบ แตกต่างจากรูปแบบการผลัดขนที่แม่นยำซึ่งจำเป็นต่อการบิน บ่งชี้ว่าแอนคิออร์นิสน่าจะใช้ชีวิตอยู่บนพื้นดินเป็นหลัก
งานวิจัยชี้ว่าสิ่งมีชีวิตบางชนิดอาจพัฒนาความสามารถในการบินขึ้นมาแล้วสูญเสียไปในภายหลังเมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเป็นปรากฏการณ์คล้ายกับนกที่มีปีกแต่ไม่บินในปัจจุบัน เช่น นกกระจอกเทศ และเพนกวิน
ผลการศึกษานี้ท้าทายแนวคิดเดิมที่มองว่าขนและปีกวิวัฒนาการขึ้นมาเพื่อการบินเท่านั้น โดยเสนอว่าความสามารถในการบินอาจปรากฏและสูญหายไปในสายวิวัฒนาการของไดโนเสาร์ที่ต่างกันหลายสาย
แอนคิออร์นิสเป็นสมาชิกของกลุ่มไดโนเสาร์เพนนาแรปโทรา (Pennaraptora) ที่ปรากฏขึ้นเมื่อราว 175 ล้านปีก่อน โดยแม้ขนของไดโนเสาร์จำนวนมากจะเจริญเติบโตเพื่อช่วยรักษาความอบอุ่น หลังแยกสายวิวัฒนาการออกจากสัตว์เลื้อยคลานเมื่อราว 240 ล้านปีก่อน แต่การศึกษานี้ยืนยันว่าการมีขนคล้ายนกไม่ได้หมายความว่าไดโนเสาร์ชนิดนั้นจะสามารถบินได้โดยอัตโนมัติ
อนึ่ง การวิจัยครั้งนี้นำโดยพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติสไตน์ฮาร์ดต์ของมหาวิทยาลัยเทลอาวีฟ ร่วมกับมหาวิทยาลัยหลินอี๋ของจีน และเผยแพร่ในวารสารเนเจอร์ คอมมูนิเคชันส์ ไบโอโลจี (Nature Communications Biology)