
(แฟ้มภาพซินหัว : หลี่เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน เข้าร่วมการประชุมระดับสูงว่าด้วยแผนริเริ่มการพัฒนาโลก ซึ่งจัดโดยจีนที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติในนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ วันที่ 23 ก.ย. 2025)
สหประชาชาติ, 24 ก.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันอังคาร (23 ก.ย.) หลี่เฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ซึ่งร่วมการประชุมระดับสูงว่าด้วยแผนริเริ่มการพัฒนาโลก (GDI) ที่จัดโดยจีน ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติในนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ กล่าวว่าจีนพร้อมทำงานร่วมกับทุกฝ่ายเพื่อดำเนินการตามแผนริเริ่มฯ และเร่งดำเนินการตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ปี 2030 ของสหประชาชาติ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาโลก
หลี่กล่าวว่าสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ได้เสนอแผนริเริ่มฯ ณ การประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในปี 2021 ซึ่งมุ่งเน้นผลประโยชน์โดยรวมของสังคมมนุษย์และเรียกร้องทุกฝ่ายยืดถือหลักการสำคัญ 6 ประการที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาร่วมกัน โดยประเทศและองค์กรระหว่างประเทศมากกว่า 130 แห่งมีส่วนร่วมในกลไกการดำเนินการตามแผนริเริ่มฯ ซึ่งสะท้อนการเป็นผลิตภัณฑ์สาธารณะระหว่างประเทศที่ได้รับความนิยมเป็นวงกว้าง
ปัจจุบันลัทธิเอกภาพนิยมหรือการกระทำเพียงฝ่ายเดียวและการกีดกันทางการค้ากำลังเพิ่มขึ้น ทำให้ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง และพลังขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจโลกอ่อนตัวลง ซึ่งหลี่เรียกร้องความพยายามให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมการพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบ และร่วมมือกันทำให้สัดส่วนผลประโยชน์ของการพัฒนามีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาข้างต้น
ประการที่ 1 หลี่เรียกร้องการสร้างสภาพแวดล้อมการพัฒนาระหว่างประเทศที่มั่นคงและเปิดกว้าง ร่วมคุ้มครองระบบระหว่างประเทศที่มีสหประชาชาติเป็นแกนกลาง ยึดมั่นหลักพหุภาคีและการค้าเสรี และมุ่งมั่นสร้างเศรษฐกิจโลกที่เปิดกว้าง
ประการที่ 2 หลี่กระตุ้นความพยายามสร้างความเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาที่สมดุลและครอบคลุม ใส่ใจกับความต้องการของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนามากขึ้น และเร่งแก้ไขปัญหาการพัฒนาที่ไม่สมดุลและไม่ทั่วถึงอย่างจริงจัง
ประการที่ 3 หลี่สนับสนุนความพยายามบ่มเพาะตัวขับเคลื่อนการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการพัฒนาที่ให้ความสำคัญกับอนาคต เสริมสร้างความร่วมมือด้านนวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระหว่างประเทศ ต่อต้านการ "สร้างกำแพงและอุปสรรค" และทำให้นวัตกรรมและการพัฒนาเป็นประโยชน์ต่อโลกใบนี้อย่างแท้จริง
ประการที่ 4 หลี่เรียกร้องการส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และปล่อยคาร์บอนต่ำยิ่งขึ้น เสริมสร้างการประสานงานระดับโลกในอุตสาหกรรมพลังงานใหม่และอุตสาหกรรมอื่นๆ และทำงานร่วมกันเพื่อบรรลุการพัฒนาที่ยั่งยืนมากขึ้น โดยมีการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนระหว่างมนุษยชาติและธรรมชาติ
หลี่เน้นย้ำว่าจีนจะยังคงเป็นผู้สนับสนุนและผู้ส่งเสริมการพัฒนาร่วมกันเสมอ และจะดำเนินการเชิงรุกและแสดงความรับผิดชอบมากขึ้น โดยจีนจะเพิ่มการลงทุนในการพัฒนาโลก เสริมสร้างความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มพลังการพัฒนาโลก และส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสีเขียวของการพัฒนาโลกอย่างแข็งขัน
จีนในฐานะประเทศกำลังพัฒนาขนาดใหญ่ที่มีความรับผิดชอบจะไม่แสวงหาสิทธิพิเศษหรือที่แตกต่างจากเดิมในการเจรจาภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) ทั้งในปัจจุบันและอนาคต พร้อมผลักดันแผนริเริ่มความร่วมมือระหว่างประเทศด้านปัญญาประดิษฐ์+ และยินดีต้อนรับทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแข็งขัน
นอกจากนั้นจีนยินดีจะดำเนินความร่วมมือการพัฒนาระดับโลกกับทุกประเทศบนพื้นฐานของแผนริเริ่มการพัฒนาโลกอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น รวมถึงจะร่วมสร้างสรรค์อนาคตที่เจริญรุ่งเรืองและสวยงามยิ่งขึ้นให้กับโลกใบนี้อีกด้วย
บรรดาผู้เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้แสดงการสนับสนุนแผนริเริ่มระดับโลก 4 รายการ และแผนริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (BRI) ที่สีจิ้นผิงนำเสนอ พร้อมชื่นชมผลลัพธ์อันเป็นรูปธรรมจากความร่วมมือภายใต้แผนริเริ่มการพัฒนาโลก ยกย่องบทบาทผู้นำและแบบอย่างของจีนในกระบวนการปฏิรูปองค์การการค้าโลก และต้อนรับแผนริเริ่มใหม่ของจีนว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศด้านปัญญาประดิษฐ์
ขณะเดียวกันผู้เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ระบุว่าทั้งวิสัยทัศน์และแนวปฏิบัติของจีนมีความสอดคล้องกับเป้าประสงค์และหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติอย่างยิ่ง พร้อมเน้นย้ำความจำเป็นในการร่วมยึดมั่นหลักพหุภาคี การปฏิรูป และการปรับปรุงธรรมาภิบาลโลก ส่งเสริมการพัฒนาที่เปิดกว้างและครอบคลุม และปกป้องผลประโยชน์ร่วมของประชาคมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศโลกใต้
สำหรับแถลงการณ์จากการประชุมครั้งนี้ระบุว่าฝ่ายต่างๆ ยืนยันความมุ่งมั่นจะให้ความสำคัญสูงสุดกับการพัฒนา กระชับความร่วมมือภายใต้แผนริเริ่มการพัฒนาโลก และทำงานร่วมกันเพื่อดำเนินการตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ปี 2030 ของสหประชาชาติ
อนึ่ง ส่วนหนึ่งของผู้เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ ได้แก่ อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ คาสซิม-โจมาร์ต โตกาเยฟ ประธานาธิบดีคาซัคสถาน อับดุล ลาตีฟ รอชีด ประธานาธิบดีอิรัก จัว ลอเรนโซ ประธานาธิบดีแองโกลา กัสตอง บราวน์ นายกรัฐมนตรีแอนติกาและบาร์บูดา เชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน อาลี มหามาน ลามีน ไซน์ นายกรัฐมนตรีไนจีเรีย รวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับรัฐมนตรีจากกว่า 30 ประเทศ และกลุ่มหัวหน้าองค์กรระหว่างประเทศ