
(แฟ้มภาพซินหัว : การประชุมจับคู่ห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานอาเซียน-จีน-ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ นอกรอบงานแสดงสินค้าจีน-อาเซียน ครั้งที่ 22 ในเมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน)
หนานหนิง, 19 ก.ย. (ซินหัว) -- เมื่อไม่นานนี้ มีการประชุมจับคู่ห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานอาเซียน-จีน-ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ นอกรอบงานแสดงสินค้าจีน-อาเซียน ครั้งที่ 22 ในเมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน ซึ่งมีผู้แทนจากชุมชนธุรกิจจีน อาเซียน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และประเทศอื่นๆ เข้าร่วมหารือความร่วมมือและการพัฒนา
การประชุมข้างต้นได้เผยแพร่ "รายงานความร่วมมือและการพัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานอาเซียน-จีน-ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้" ซึ่งวิเคราะห์สถานการณ์ความร่วมมือด้านห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค พร้อมเสนอประเด็นสำคัญและทิศทางการพัฒนาเพื่อความร่วมมือในอนาคตด้วย
นอกจากนั้นการประชุมนี้มุ่งเน้นที่กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก เช่น การผลิตขั้นสูง การเกษตรสีเขียว และเทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงการใช้ประโยชน์จากการบริการทางการเงินเป็นสะพานช่วยเหลือบริษัทในภูมิภาคเชื่อมต่อและทำงานร่วมกัน ขณะอาเซียน จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ได้ส่งเสริมและบูรณาการห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานของกันและกันอย่างลึกซึ้ง
ตัวแทนจากบริษัทห่วงโซ่อุปทาน สถาบันการเงิน และสมาคมธุรกิจในอาเซียนและประเทศเอเชียที่เกี่ยวข้องเห็นพ้องว่ายามสถานการณ์เศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศผันผวนรุนแรงยิ่งขึ้นนี้ กลไกความร่วมมืออาเซียน-จีน-ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ หรือ "10+3" ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการค้าแบบดั้งเดิม แต่ยังกลายเป็นเครื่องมือทรงพลังในการขับเคลื่อนความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาค
อนึ่ง การค้าของจีนกับอาเซียน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ในช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคมของปี 2025 รวมอยู่ที่ 1.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 35 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 เมื่อเทียบปีต่อปี และคิดเป็นร้อยละ 26.8 ของการค้าระหว่างประเทศทั้งหมดของจีน ส่วนการลงทุนสะสมสองทางของจีน อาเซียน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้สูงเกิน 7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 22.2 ล้านล้านบาท)
มีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจของอาเซียน จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้จะขยายตัวราวร้อยละ 3.8 ในปี 2025 ซึ่งจะมีส่วนส่งเสริมการพัฒนาของเศรษฐกิจโลกอย่างมีนัยสำคัญต่อไป