

(แฟ้มภาพซินหัว : ชิปสื่อสารสำหรับระบบดาวเทียมนำทางเป่ยโต่ว-3 ของจีน ถูกนำมาจัดแสดงภายในงานมหกรรม "เทคโนโลยีขั้นสูงนานาชาติ เมืองวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเหมียนหยางแห่งประเทศจีน" ครั้งที่ 10 ณ เมืองเหมียนหยาง มณฑลซื่อชวน (เสฉวน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เมื่อวันที่ 16 พ.ย. 2022)
ปักกิ่ง, 14 ก.ย. (ซินหัว) -- กระทรวงพาณิชย์ของจีนประกาศเมื่อวันเสาร์ (13 ก.ย.) ว่ากระทรวงฯ ได้เริ่มต้นการไต่สวนเพื่อต่อต้านการทุ่มตลาด (Anti-Dumping Investigation) ต่อการนำเข้าชิปวงจรรวมแบบแอนะล็อก (analog IC chips) บางชนิดที่มีถิ่นกำเนิดในสหรัฐฯ
โฆษกกระทรวงฯ กล่าวในการตอบคำถามกับสื่อว่าไม่นานนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ตีความแนวคิดเรื่องความมั่นคงของชาติอย่างเกินขอบเขต ใช้อำนาจควบคุมการส่งออกโดยมิชอบ มีการขยายขอบเขตอำนาจศาลของตน ตลอดจนปิดกั้นและปราบปรามผลิตภัณฑ์ชิปและอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของจีนอย่างไม่ประสงค์ดี
โฆษกกล่าวว่า แนวทางปฏิบัติดังกล่าวได้ละเมิดกฎระเบียบขององค์การการค้าโลก (WTO) อย่างร้ายแรง และสร้างความเสียหายต่อสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของบริษัทจีน ซึ่งจีนขอคัดค้านอย่างหนักแน่น
กระทรวงฯ ระบุในแถลงการณ์ว่า การเปิดไต่สวนครั้งนี้มีขึ้นเพื่อตอบรับต่อคำร้องที่ยื่นโดยสมาคมอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ระดับมณฑลแห่งหนึ่ง ในนามของอุตสาหกรรมภายในประเทศ
การไต่สวนจะมุ่งเป้าไปที่ชิปไอซีอินเตอร์เฟซสำหรับสินค้าโภคภัณฑ์ และชิปไอซีเกตไดรเวอร์ (ชิปที่ทำหน้าที่เป็นตัวควบคุมสวิตช์) ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตตั้งแต่ระดับ 40 นาโนเมตรขึ้นไป
กระทรวงฯ ระบุว่า คาดว่าการไต่สวนจะสิ้นสุดภายในวันที่ 13 ก.ย. 2026 โดยอาจมีการขยายเวลาออกไปอีก 6 เดือนหากมีสถานการณ์พิเศษ
โฆษกย้ำว่า การไต่สวนเพื่อต่อต้านการทุ่มตลาดครั้งนี้ ริเริ่มขึ้นตามคำร้องขอของภาคอุตสาหกรรมในประเทศของจีน โดยสอดคล้องกับกฎหมายและข้อบังคับของจีน รวมถึงกฎระเบียบขององค์การการค้าโลก
โฆษกกล่าวว่า หลักฐานเบื้องต้นที่ผู้ยื่นคำร้องนำส่งมา แสดงให้เห็นว่า ระหว่างปี 2022-2024 การนำเข้าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 37 ในขณะที่ราคาลดลงร้อยละ 52 ส่งผลให้เกิดแรงกดดันต่อราคาภายในประเทศของจีน และสร้างความเสียหายต่อการผลิตและการดำเนินงานของอุตสาหกรรมภายในประเทศ
โฆษกกล่าวเสริมว่า หน่วยงานผู้ไต่สวนจะดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด คุ้มครองสิทธิของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายอย่างเต็มที่ และจะตัดสินอย่างเป็นกลางและยุติธรรมตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏ
ในวันเดียวกัน กระทรวงฯ ยังได้ประกาศเปิดตัวการไต่สวนเพื่อต่อต้านการเลือกปฏิบัติ (Anti-Discrimination Investigation) ต่อมาตรการที่เกี่ยวข้องของสหรัฐฯ ซึ่งมุ่งเป้าไปที่ภาคส่วนวงจรรวมของจีน กระทรวงฯ ระบุว่าหลักฐานเบื้องต้นชี้ให้เห็นว่า ภายใต้กฎหมายการค้าต่างประเทศของจีน มาตรการของสหรัฐฯ ถือเป็นมาตรการปิดกั้น จำกัด หรือ มาตรการอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกันบนพื้นฐานของการเลือกปฏิบัติ
สภาหอการค้าจีนเพื่อการนำเข้าและส่งออกเครื่องจักรและผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ (CCCME) แสดงการสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อการตัดสินใจของกระทรวงฯ โดยให้คำมั่นว่าจะสนับสนุนและให้ความร่วมมือกับการไต่สวนอย่างแข็งขัน
สภาหอการค้าฯ ระบุว่า ตนขอคัดค้านมาตรการฝ่ายเดียวของสหรัฐฯ อย่างเด็ดขาด เพราะได้บ่อนทำลายสิทธิอันชอบธรรมของบริษัทและอุตสาหกรรมจีน และส่งผลเสียต่อห่วงโซ่อุตสาหกรรมและอุปทานทั่วโลก สภาฯ เรียกร้องให้องค์กรธุรกิจต่างๆ เสริมสร้างนวัตกรรมทางเทคโนโลยี เพิ่มพูนการประสานงานในอุตสาหกรรม และขยายความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อร่วมกันส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพสูงของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ สร้างตลาดที่เปิดกว้าง ยุติธรรม และเป็นระบบระเบียบ และช่วยสร้างคุณูปการแก่ความเจริญรุ่งเรืองของภาคส่วนเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก
ในวันเสาร์ (13 ก.ย.) กระทรวงฯ ยังได้ตอบโต้ต่อการเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ ที่ได้เพิ่มรายชื่อนิติบุคคลของจีนจำนวนมากเข้าสู่บัญชีควบคุมการส่งออก โดยโฆษกรายหนึ่งออกมาระบุว่าจีนขอคัดค้านอย่างหนักแน่นต่อการกระทำดังกล่าว ซึ่งพุ่งเป้าไปที่บริษัทจีนในภาคส่วนเซมิคอนดักเตอร์ เทคโนโลยีชีวภาพ การบินและอวกาศ และโลจิสติกส์เชิงพาณิชย์
โฆษกคนดังกล่าวยังตั้งข้อสังเกตว่า จีนและสหรัฐฯ มีกำหนดจัดการเจรจาทางเศรษฐกิจและการค้าในสเปน ตั้งแต่วันที่ 14 ก.ย. การตัดสินใจคว่ำบาตรบริษัทจีนของสหรัฐฯ ในยามนี้ จึงทำให้เกิดคำถามถึงเจตนาที่แท้จริงของสหรัฐฯ