
(แฟ้มภาพซินหัว : พาวิลเลียนจีนภายในงานมหกรรมสินค้านำเข้านานาชาติจีน ครั้งที่ 9 ที่ศูนย์การประชุมและนิทรรศการแห่งชาติ (เซี่ยงไฮ้) ในนครเซี่ยงไฮ้ทางตะวันออกของจีน วันที่ 5 พ.ย. 2026)
เซี่ยงไฮ้, 6 พ.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันพฤหัสบดี (5 พ.ย.) รายงานการพัฒนาศักยภาพการส่งออกสู่จีนที่เผยแพร่ครั้งแรกในการประชุมเศรษฐกิจนานาชาติหงเฉียว ครั้งที่ 9 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานมหกรรมสินค้านำเข้านานาชาติจีน (CIIE) ครั้งที่ 9 ที่จัดขึ้นในนครเซี่ยงไฮ้ทางตะวันออกของจีน ระบุว่าจีนก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการผลิตระดับโลกและตลาดผู้บริโภครายใหญ่ โดยมีศักยภาพรองรับสินค้านำเข้าจากทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
รายงานระบุว่าจีนยังมีศักยภาพขยายการนำเข้าสินค้าพรีเมียม เทคโนโลยีขั้นสูง และบริการจากต่างประเทศได้อีกมากเนื่องมาจากรายได้ภาคครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น กอปรกับรูปแบบการบริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับสินค้าและบริการที่มีคุณภาพสูงขึ้น
ปัจจุบันโครงสร้างการนำเข้าของจีนได้เปลี่ยนแปลงจากเดิมซึ่งเน้นสินค้าที่ผ่านกระบวนการผลิตเป็นหลักไปสู่รูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พลังงานและวัตถุดิบ รวมทั้งสินค้าเกษตร นอกจากนี้ ความต้องการสินค้าในภาคการผลิตระดับไฮเอนด์และสินค้าโภคภัณฑ์ขั้นต้นที่ขยายตัวยังช่วยเปิดโอกาสทางการค้าแก่หลายเขตเศรษฐกิจ แม้จะมีระดับการพัฒนาแตกต่างกัน
รายงานฉบับนี้ร่วมจัดทำโดยสถาบันเศรษฐศาสตร์และการเมืองโลก สังกัดสถาบันสังคมศาสตร์แห่งชาติจีน (CASS) และแผนกการค้าและสินค้าโภคภัณฑ์ระหว่างประเทศขององค์การสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) โดยรายงานยังวิเคราะห์ประสิทธิภาพการส่งออกของคู่ค้าจีน 10 แห่ง ซึ่งรวมถึงโคลอมเบีย เคนยา สเปน ไทย และสหราชอาณาจักร พร้อมประเมินศักยภาพของสินค้าแต่ละภูมิภาคในตลาดจีน และเสนอแนะแนวทางเพิ่มการส่งออกมายังจีน
ขณะเดียวกัน เวทีประชุมดังกล่าวได้เผยแพร่รายงานการเปิดกว้างของโลกประจำปี 2026 ซึ่งเตือนว่าการเปิดกว้างทางเศรษฐกิจทั่วโลกกำลังเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้นท่ามกลางกระแสกีดกันทางการค้าที่ทวีความรุนแรง ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ขยายวงกว้าง และการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมโลกครั้งสำคัญ โดยในปี 2025 ดัชนีนโยบายการเปิดกว้างของโลกอยู่ที่ 0.7448 ลดลงร้อยละ 1.09 เมื่อเทียบปีต่อปี ขณะที่ดัชนีผลการดำเนินงานด้านการเปิดกว้างอยู่ที่ 0.7458 ลดลงร้อยละ 0.9 ซึ่งสวนทางกับแนวโน้มการฟื้นตัวในช่วงปี 2023-2024