
(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้โดยสารรอรถใกล้สถานีเบเกอร์ สตรีท ในกรุงลอนดอนของสหราชอาณาจักร วันที่ 8 ก.ย. 2025)
ลอนดอน, 5 พ.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันพุธ (4 พ.ย.) สหราชอาณาจักรประกาศแผนการเสนอกฎหมายใหม่และจัดตั้งหน่วยงานอิสระเพื่อกำกับควบคุมการใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้าของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมีเป้าหมายยกระดับความปลอดภัยสาธารณะ ควบคู่กับการจัดการความกังวลด้านความเป็นส่วนตัว ความเป็นธรรม และการเลือกปฏิบัติ
กระทรวงกิจการภายในของสหราชอาณาจักรระบุว่ากฎหมายใหม่จะกำหนดให้การใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้าของเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลข่าวกรองและมีสัดส่วนเหมาะสม ซึ่งจะใช้เทคโนโลยีดังกล่าวเมื่อมีเหตุอันควรให้เชื่อได้ว่าบุคคลผู้เป็นที่ต้องการตัวอาจปรากฏตัวในบางพื้นที่
ส่วนหน่วยงานอิสระที่จะจัดตั้งขึ้นมาใหม่นั้นจะกำกับดูแลการใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้าและเทคโนโลยีเกิดใหม่อื่นๆ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ปฏิบัติตามระเบียบข้องบังคับที่เกี่ยวข้องอย่างร้ายแรง หน่วยงานอิสระนี้อาจยื่นขอคำสั่งศาลให้ห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เทคโนโลยีเหล่านั้น
รัฐบาลสหราชอาณาจักรยังจะกำหนดให้เทคโนโลยีสำหรับการบังคับใช้กฎหมายต้องผ่านการทดสอบอิสระอย่างเข้มงวดเพื่อตรวจสอบความเสี่ยงอคติหรือการเลือกปฏิบัติตามอายุ เพศ หรือเชื้อชาติ โดยประมวลหลักการปฏิบัติใหม่จะกำหนดมาตรฐานอันสอดคล้องกันสำหรับกองกำลังตำรวจ ขณะการใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้าของธุรกิจเอกชนจะถูกควบคุมด้วยกฎเกณฑ์อีกชุด
อนึ่ง มาตรการเหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากผลการรับฟังความคิดเห็นของสาธารณชนพบการสนับสนุนประสิทธิภาพของเทคโนโลยีจดจำใบหน้าในการจับกุมผู้กระทำความผิด ควบคู่กับเสียงเรียกร้องมาตรการปกป้องคุ้มครองที่เข้มงวดยิ่งขึ้น โดยกระทรวงฯ ชี้ว่าเทคโนโลยีจดจำใบหน้าเป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่ที่สุดในการจับกุมอาชญากรนับตั้งแต่มีการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอ (DNA)
กระทรวงฯ ระบุว่ามีการทดลองใช้กล้องจดจำใบหน้าแบบเรียลไทม์ในเมืองครอยดอนทางตอนใต้ของกรุงลอนดอนระหว่างเดือนตุลาคม 2025-มีนาคม 2026 ซึ่งนำสู่การจับกุมผู้กระทำความผิด 173 ราย ทั้งผู้ต้องสงสัยที่เป็นที่ต้องการตัวจากคดีข่มขืน คดีลักพาตัว และคดีล่วงละเมิดทางเพศ
ด้านหน่วยงานตำรวจนครบาลลอนดอนรายงานว่าอาชญากรรมโดยรวมที่เมืองครอยดอนในช่วงทดลองใช้กล้องจดจำใบหน้าแบบเรียลไทม์ลดลงร้อยละ 10.5 เมื่อเทียบปีต่อปี โดยการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับเหตุรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กหญิงลดลงถึงร้อยละ 21
ก่อนหน้านี้สหราชอาณาจักรได้ประกาศการลงทุน 11 ล้านปอนด์ (ราว 4.97 แสนบาท) เพื่อเพิ่มจำนวนรถตู้ติดตั้งระบบจดจำใบหน้าแบบเรียลไทม์สำหรับการใช้งานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในอังกฤษและเวลส์ขึ้นสามเท่า