
(แฟ้มภาพซินหัว : ผลพวงความเสียหายหลังเกิดไฟป่าในภูมิภาคมาดริดของสเปน วันที่ 29 ก.ค. 2026)
เจนีวา, 28 ต.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันอังคาร (27 ต.ค.) องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) รายงานว่าปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Co2) และก๊าซเรือนกระจกสำคัญชนิดอื่นๆ ในชั้นบรรยากาศพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในปี 2025 ซึ่งจะส่งผลให้อุณหภูมิโลกเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
ค่าความเข้มข้นเฉลี่ยของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์บริเวณพื้นผิวโลกในปี 2025 เพิ่มขึ้นร้อยละ 53 เมื่อเทียบกับระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมในปี 1750 ขณะที่ก๊าซมีเทนและไนตรัสออกไซด์ ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่คงอยู่ในชั้นบรรยากาศยาวนานและสำคัญรองลงมา มีความเข้มข้นสูงเป็นประวัติการณ์เช่นกัน โดยเพิ่มขึ้นร้อยละ 167 และร้อยละ 26 ตามลำดับ
โค บาร์เรตต์ รองเลขาธิการองค์การฯ กล่าวว่าช่วง 11 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่โลกร้อนที่สุดเท่าที่มีบันทึกมา และแนวโน้มนี้ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นก๊าซที่มีอายุยาวนานมากในชั้นบรรยากาศ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศโลกทั้งในช่วงอีกไม่กี่ปีข้างหน้า และกินเวลายาวนานหลายทศวรรษหรือหลายศตวรรษ
อัตราการเพิ่มขึ้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้นถึงสามเท่าตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1960 จากเดิมที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 0.8 ส่วนในล้านส่วน (ppm) ต่อปี แตะที่ 2.4 ส่วนในล้านส่วนต่อปีในช่วงปี 2011-2020 ขณะที่ค่าความเข้มข้นเฉลี่ยของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั่วโลกเพิ่มขึ้น 2.8 ส่วนในล้านส่วนในปี 2024-2025 ซึ่งสูงกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นเฉลี่ยรายปีในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ทว่าต่ำกว่าตัวเลขในช่วงปี 2023-2024 ที่พุ่งขึ้นอย่างก้าวกระโดดอยู่เล็กน้อย
ออกซานา ทาราโซวา เจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์อาวุโสขององค์การฯ กล่าวว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เพิ่มขึ้น 2.8 ส่วนในล้านส่วนต่อปี ถือเป็นการเพิ่มปริมาณคาร์บอนมหาศาลสู่ชั้นบรรยากาศจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล พร้อมเตือนว่าการเผาเชื้อเพลิงฟอสซิลและปรากฏการณ์เอลนีโญที่ทวีความรุนแรงขึ้นในปี 2026 จะกระทบแหล่งกักเก็บคาร์บอนบนบกซ้ำรอยช่วงปี 2023-2024 นอกจากนี้ ความเสี่ยงที่มหาสมุทรจะดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้น้อยลงนั้นกำลังเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน ท่ามกลางสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง