
(แฟ้มภาพซินหัว : ประติมากรรมและภาพเหมือนของนายพลเหงียน เซิน ในกรุงฮานอยของเวียดนาม วันที่ 1 ต.ค. 2026)
ฮานอย, 20 ต.ค. (ซินหัว) -- เหงียน เซิน หรือที่มีชื่อจีนว่าหงสุ่ย เป็นนายพลชาวเวียดนามผู้ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงยศนายพลทั้งจากเวียดนามและจีน และเป็นชาวต่างชาติเพียงคนเดียวที่ได้รับยศนายพลแห่งกองทัพปลดแอกประชาชนจีน (PLA) ภายหลังการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน จนได้รับการยกย่องว่าเป็น "นายพลสองแผ่นดิน"
เหงียน เซินเข้าร่วมพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) ในปี 1927 ขณะมีอายุ 19 ปี และได้อุทิศตนให้กับการปฏิวัติจีน โดยแม้ครอบครัวของเหงียน เซินจะไม่ได้เป็นสักขีพยานการเดินทัพทางไกล (Long March) ในจีนด้วยตาของตนเอง แต่เรื่องราวการเดินทัพครั้งสำคัญที่เขาเคยเข้าร่วมยังคงได้รับการถ่ายทอดผ่านคำบอกเล่าของคนในครอบครัวสืบต่อถึงปัจจุบัน
อนึ่ง กองทัพแดง ซึ่งนำโดยพรรคคอมมิวนิสต์จีน เดินทัพเป็นระยะทางไกลถึง 12,500 กิโลเมตรระหว่างปี 1934-1936 เพื่อฝ่าวงล้อมของกองกำลังก๊กมินตั๋ง การเดินทางครั้งนี้เป็นที่รู้จักต่อมาในชื่อการเดินทัพทางไกล
เหงียน เซินเริ่มออกปฏิบัติการเดินทัพทางไกลเมื่อเดือนตุลาคม 1934 หนึ่งในเรื่องเล่าสืบต่อกันมาในครอบครัวคือเข็มขัดที่ถูกนำไปต้มรับประทานยามขาดแคลนอาหาร ซึ่งสะท้อนถึงความยากลำบากที่เหงียน เซินและสหายร่วมทางต้องเผชิญ โดยตลอดเส้นทางพวกเขาประสบภาวะขาดแคลนอาหารและน้ำ ต้องฝ่าฟันภูมิประเทศที่ทุรกันดารและสภาพอากาศที่โหดร้าย และเหงียน เซินต้องข้ามเทือกเขาหิมะถึง 3 ครั้ง บางครั้งเดินทางด้วยม้าและบางครั้งเดินเท้า
แม้เหงียน ทัญ ฮา ลูกสาวเหงียน เซิน จะจำรายละเอียดเกี่ยวกับการเดินทัพทางไกลไม่ได้ แต่เธอยังคงจดจำเรื่องราวที่บิดาเล่าเกี่ยวกับสหายชาวจีนและครอบครัวชาวจีนทั่วไปที่เคยช่วยเหลือเขาในช่วงปีแห่งการปฏิวัติ เธอกล่าวว่าพ่อของเธอผูกพันกับชาวจีนอย่างมากเสมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน และสายสัมพันธ์นี้ยังส่งต่อไปถึงคนรุ่นใหม่ด้วย
ครอบครัวของเหงียน เซินได้พยายามสืบสานมรดกและเรื่องราวของนายพลผู้นี้ด้วยการตีพิมพ์หนังสือเกี่ยวกับนายพลผู้นี้มากกว่า 10 เล่ม และร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำเวียดนามจัดพิมพ์หนังสือภาพถ่ายขึ้นใหม่ในปี 2026 นอกจากนี้ ครอบครัวยังดูแลกองทุนการศึกษา "นายพลสองแผ่นดิน เหงียน เซิน-หงสุ่ย" เพื่อมอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนเวียดนามที่มีผลการเรียนดีและกำลังเรียนภาษาจีน รวมถึงนักเรียนที่มาจากครอบครัวด้อยโอกาส
ทั้งนี้ เหงียน มินห์ กวน เหลนของเหงียน เซิน ได้เดินทางเยือนกรุงปักกิ่งเมื่อสองปีก่อน เพื่อนำสมุดบันทึกบทกวีที่เขียนด้วยลายมือของทวดไปมอบให้พิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งในจีน และเก็บสำเนาไว้เป็นมรดกประจำตระกูลสืบต่อไป