
(แฟ้มภาพซินหัว : นักท่องเที่ยวที่จุดชมวิวในอำเภอซิงหลง เมืองเฉิงเต๋อ มณฑลเหอเป่ยทางตอนเหนือของจีน วันที่ 4 ต.ค. 2025)
เมลเบิร์น, 16 ต.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพฤหัสบดี (15 ต.ค.) การศึกษาที่เผยแพร่โดยมหาวิทยาลัยแทสเมเนียของออสเตรเลียระบุว่าสภาพอากาศร้อนสุดขั้วทั่วโลกเคยเป็นปัจจัยขับเคลื่อนให้เกิดการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ และส่งผลให้ความหลากหลายทางชีวภาพของพืชขยายตัวอย่างก้าวกระโดด ในสองช่วงเวลาสำคัญตลอด 140 ล้านปีที่ผ่านมา ซึ่งการค้นพบนี้ได้ช่วยเผยมุมมองใหม่ๆ ว่าเหตุใดพืชดอกจึงกลายเป็นพืชกลุ่มที่มีความหลากหลายมากที่สุดบนโลก
นักวิจัยวิเคราะห์ซากฟอสซิลละอองเรณูและสปอร์ และพบว่ายุคครีเทเชียสตอนกลาง (mid-Cretaceous) และยุคเซโนโซอิกตอนต้น (early Cenozoic) ซึ่งเป็นช่วงที่โลกมีอุณหภูมิสูงจัดนั้นมีบทบาทสำคัญต่อวิวัฒนาการของพืชดอกและพืชกลุ่มหลักอื่นๆ บนโลก โดยพืชบกเป็นแหล่งหล่อเลี้ยงสิ่งมีชีวิตบนบกเกือบทั้งหมด ทั้งสัตว์บก รา และแบคทีเรีย โดยมีพืชดอกเป็นกลุ่มพืชที่มีความหลากหลายสูงสุด อยู่ที่กว่า 4 แสนสายพันธุ์ทั่วโลก
คณะนักวิจัยวิเคราะห์ข้อมูลการค้นพบซากฟอสซิลกว่า 60,000 รายการ พร้อมใช้วิธีวิเคราะห์ที่คำนึงถึงข้อจำกัดของข้อมูลซากดึกดำบรรพ์ เพื่อปรับปรุงค่าประเมินความหลากหลายของละอองเรณูและสปอร์ย้อนหลังตลอด 130 ล้านปีที่ผ่านมา
เกร็ก จอร์แดน ศาสตราจารย์ประจำมหาวิทยาลัยฯ ระบุว่าการสูญพันธุ์ของพืชกลุ่มเดิม และพืชกลุ่มใหม่ที่ถือกำเนิดขึ้นโดยมีความเกี่ยวข้องทางวิวัฒนาการกับพืชกลุ่มเดิม ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงที่โลกมีอุณหภูมิสูงจัดทั้งสองช่วง ซึ่งแต่ละช่วงเวลาเกิดขึ้นยาวนานหลายล้านปี ส่วนในยุคที่มีอากาศเย็นกว่า พบว่าความหลากหลายทางชีวภาพของพืชมีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
อย่างไรก็ดี คณะนักวิจัยเตือนว่าปรากฏการณ์โลกร้อนที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์มีแนวโน้มที่จะส่งผลให้พืชสูญพันธุ์รวดเร็วกว่าเหตุการณ์สภาพอากาศร้อนสุดขั้วในอดีตอย่างมาก
