
(แฟ้มภาพซินหัว : นักท่องเที่ยวรอชมดวงอาทิตย์ขึ้นที่หมู่ปราสาทนครวัดในจังหวัดเสียมราฐของกัมพูชา วันที่ 22 มี.ค. 2026)
พนมเปญ, 6 ต.ค. (ซินหัว) -- วันอังคาร (6 ต.ค.) รายงานเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกของธนาคารโลกฉบับล่าสุดปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของกัมพูชาในปี 2026 เหลือร้อยละ 3.5 จากร้อยละ 5.3 ในปีก่อน เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ต้นทุนเชื้อเพลิงพุ่งสูง และความต้องการภายในประเทศอ่อนตัวลงในปี 2026 ขณะที่การส่งเงินกลับประเทศที่ลดลงยังกดดันรายได้ครัวเรือน
รายงานระบุว่าแม้การปรับฐานของภาคอสังหาริมทรัพย์และเงื่อนไขการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อการลงทุนอย่างมาก แต่การเติบโตโดยรวมยังคงได้รับแรงพยุงบางส่วนจากการส่งออกสินค้าที่เพิ่มขึ้น
กระทรวงพาณิชย์ของกัมพูชาระบุว่าวันอังคาร (6 ต.ค.) ราคาค้าปลีกน้ำมันเบนซินธรรมดาอยู่ที่ 5,150 เรียล (ราว 43 บาท) ต่อลิตร เพิ่มขึ้นร้อยละ 33.7 เมื่อเทียบกับระดับราคาก่อนเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 5,650 เรียล (ราว 47 บาท) ต่อลิตร เพิ่มขึ้นร้อยละ 46.7
สำหรับในระยะกลาง รายงานคาดว่าเศรษฐกิจของกัมพูชาจะฟื้นตัวสู่ระดับร้อยละ 4 ในปี 2027 และร้อยละ 5 ในปี 2028 ด้วยแรงหนุนจากราคาพลังงานที่มีเสถียรภาพ การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว และแรงงานข้ามชาติที่กลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจกัมพูชาอีกครั้ง ทว่าปรากฏการณ์เอลนีโญอาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของภาคเกษตรกรรมที่คาดการณ์ไว้ในปี 2027
อนึ่ง เศรษฐกิจของกัมพูชายังคงพึ่งพาภาคการท่องเที่ยว เกษตรกรรม อสังหาริมทรัพย์ การก่อสร้าง และการส่งออกเสื้อผ้า สิ่งทอ รองเท้า และสินค้าเพื่อการเดินทางอย่างมาก ซึ่งการส่งออกสินค้าเหล่านี้ในช่วงมกราคม-สิงหาคมของปี 2026 อยู่ที่ 1.17 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.96 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.2 เมื่อเทียบปีต่อปี
อย่างไรก็ดี จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับลดลงถึงร้อยละ 44 เหลือเพียง 2.25 ล้านคนในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งมีปัจจัยจากปัญหาแก๊งฉ้อโกงทางออนไลน์ ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง