
(แฟ้มภาพซินหัว : คนไร้บ้านในเมืองซานฟรานซิสโกของสหรัฐฯ วันที่ 31 ธ.ค. 2025)
นิวยอร์ก, 6 ต.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันจันทร์ (5 ต.ค.) แคธี โฮชูล ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารประกาศภาวะฉุกเฉินจากภัยพิบัติทั่วรัฐเพื่อรับมือจำนวนผู้ป่วยโรคหัดที่พุ่งสูง เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 5 ต.ค.-4 พ.ย. ซึ่งนับเป็นการประกาศภาวะฉุกเฉินเนื่องจากการระบาดของโรคหัดครั้งแรกของรัฐในสหรัฐฯ หลังจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2025
คำสั่งฝ่ายบริหารระบุว่ารัฐนิวยอร์กพบผู้ป่วยโรคหัด 108 รายในปี 2026 เมื่อนับถึงวันเสาร์ (3 ต.ค.) โดยในจำนวนนี้เป็นผู้ติดเชื้อตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค. จำนวน 92 ราย ซึ่งส่วนใหญ่แพร่ระบาดในชุมชนชนบทที่มีอัตราการฉีดวัคซีนต่ำใน 18 เทศมณฑล และพบผู้ติดเชื้อที่ยืนยันผล 7 รายในนครนิวยอร์ก
จำนวนผู้ติดเชื้อโรคหัดเพิ่มขึ้นในพื้นที่ชนบทของรัฐนิวยอร์กและรัฐใกล้เคียง โดยเมื่อวันจันทร์ (5 ต.ค.) สำนักสาธารณสุขรัฐเพนซิลเวเนียรายงานพบผู้ติดเชื้อที่ยืนยันผล 1,004 ราย ใน 39 เทศมณฑลทั่วรัฐในปี 2026 และมีผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับโรคหัด 5 ราย
คำสั่งดังกล่าวเพิ่มกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับอนุญาตให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัด และรัฐนิวยอร์กยังได้เปิดตัวระบบติดตามข้อมูลโรคหัดเพื่อเอื้อให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขสามารถติดตามความเสี่ยงในพื้นที่
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ (CDC) ระบุว่าสหรัฐฯ พบผู้ป่วยโรคหัดที่ยืนยันผล 3,887 รายในปี 2026 เมื่อนับถึงวันที่ 1 ต.ค. ซึ่งในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วย 3,869 รายจาก 47 เขตอำนาจศาลของสหรัฐฯ ส่วนอีก 18 รายเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมายังสหรัฐฯ
ศูนย์ฯ แนะนำให้ประชาชนฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัด โรคคางทูม และโรคหัดเยอรมัน (MMR) จำนวน 2 เข็ม เนื่องจากการฉีดวัคซีนเป็นวิธีป้องกันโรคหัดที่ดีที่สุด พร้อมเสริมว่าอัตราการได้รับวัคซีนในกลุ่มเด็กอนุบาลของสหรัฐฯ ลดลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เหลือร้อยละ 92.4 ในปีการศึกษา 2025-2026 ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่ร้อยละ 95 และบางชุมชนมีอัตราการได้รับวัคซีนที่ต่ำกว่าเกณฑ์ดังกล่าว