
(แฟ้มภาพซินหัว : ตึกแฝดเปโตรนาสในกรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย วันที่ 11 มี.ค. 2022)
กัวลาลัมเปอร์, 24 ก.ย. (ซินหัว) -- อาเธอร์ โจเซฟ คูรูป รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมของมาเลเซีย เผยว่าสถานการณ์หมอกควันในปัจจุบันมีแนวโน้มยืดเยื้อถึงช่วงต้นปี 2027 เนื่องจากสภาพอากาศร้อนและแห้งแล้งเป็นเวลานานจากอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญ
มีการคาดการณ์ว่าปรากฏการณ์เอลนีโญจะทวีความรุนแรงสู่ระดับ "ซูเปอร์เอลนีโญ" (Super El Nino) ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2026 ถึงเดือนมกราคม 2027 และผลกระทบของปรากฏการณ์ดังกล่าวจะยืดเยื้อไปจนถึงเดือนมิถุนายน ขณะเดียวกัน มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกันยังส่งผลให้ปริมาณฝนลดลง ทำให้สภาพอากาศยิ่งร้อนและแห้งแล้งมากขึ้น
อาเธอร์ระบุว่าสภาพอากาศแห้งแล้งที่ยืดเยื้อจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้ในพื้นที่โล่ง โดยสถานการณ์หมอกควันที่ยืดเยื้อครั้งนี้แตกต่างจากในอดีตที่มักกินเวลาเพียงราว 1-2 เดือน นอกจากนี้ มาเลเซียจะให้ความช่วยเหลืออินโดนีเซียในการรับมือกับไฟป่าและไฟไหม้พื้นดิน ซึ่งรวมถึงการสนับสนุนด้านการดับเพลิงทางอากาศ ทั้งปฏิบัติการใช้เฮลิคอปเตอร์ปล่อยน้ำเพื่อดับไฟ การดับไฟด้วยอากาศยานสะเทินน้ำสะเทินบก และการทำฝนเทียม
หลายพื้นที่ในรัฐซาราวักทางตอนเหนือของเกาะบอร์เนียวมีค่าคุณภาพอากาศอยู่ในระดับไม่ดีต่อสุขภาพเมื่อวันอังคาร (22 ก.ย.) โดยในเขตซีบูมีดัชนีมลพิษทางอากาศ (API) อยู่ที่ 175 เมื่อนับถึงตอน 15.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ส่วนพื้นที่อื่นๆ ทั้งศรีอามานและมูกาห์ ต่างมีค่าดัชนีอยู่ที่ 172
อนึ่ง เกณฑ์การจัดระดับคุณภาพอากาศของมาเลเซียระบุว่าค่าดัชนีมลพิษทางอากาศ ตั้งแต่ 0-50 อยู่ในระดับ "ดี" 51-100 อยู่ในระดับ "ปานกลาง" 101-200 อยู่ในระดับ "ไม่ดีต่อสุขภาพ" 201-300 อยู่ในระดับ "ไม่ดีต่อสุขภาพอย่างมาก" และตั้งแต่ 301 ขึ้นไปอยู่ในระดับ "เป็นอันตราย"