
(แฟ้มภาพซินหัว : แพทย์ประจำโรงพยาบาลประชาชนมณฑลหูหนานตรวจอาการผู้ป่วยในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน วันที่ 19 ส.ค. 2026)
ปักกิ่ง, 18 ก.ย. (ซินหัว) -- โรงพยาบาลประชาชนแห่งที่ 2 ของเทศบาลนครเทียนจินทางตอนเหนือของจีนได้ใช้งานระบบตรวจจับอัจฉริยะพลังปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ช่วยแพทย์ระบุความเสี่ยงโรคติดเชื้อตั้งแต่ระยะแรก โดยระบบดังกล่าวจะตรวจสอบประวัติการรักษาของผู้ป่วยและแจ้งเตือนข้อบ่งชี้ทางการวินิจฉัยภายใน 30 วินาที รวมถึงประเมินความเสี่ยงและจัดทำรายงานสนับสนุนการสอบสวนทางระบาดวิทยา เช่น ผู้ป่วยรายหนึ่งที่มาด้วยอาการอ่อนเพลียและคลื่นไส้ได้รับคำแนะนำให้ตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบีจนค้นพบความผิดปกติที่ซ่อนอยู่
ไต้จี้เกิง หัวหน้าแผนกสาธารณสุขของโรงพยาบาลฯ ระบุว่าการตรวจพบเชื้อไวรัสตับอักเสบในอดีตมักอาศัยประสบการณ์ของแพทย์และกระบวนการคัดกรองที่ใช้เวลาพอสมควร แต่ปัจจุบันระบบตรวจจับอัจฉริยะนี้ช่วยให้เกิดการตรวจหาและระบุความเสี่ยงอย่างทันเวลายิ่งขึ้น ทำให้การตรวจหาโรคติดเชื้อเปลี่ยนแปลงจากกระบวนการเชิงรับเป็นเชิงรุกมากขึ้น ซึ่งจับสัญญาณความเสี่ยงจากหลายแหล่ง ทั้งโรงพยาบาล ห้องปฏิบัติการ ร้านขายยา และข้อมูลสภาพแวดล้อม เพื่อระบุความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นและนำสู่การตรวจสอบเพิ่มเติม
ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนธันวาคม 2025 ระบบตรวจจับอัจฉริยะในเขตจิ้งอัน เทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ทางตะวันออกของจีน ได้ระบุพื้นที่เสี่ยงโรคปอดบวมแบบกลุ่มจากผู้ป่วยสามรายที่อาศัยอยู่ในชุมชนเดียวกัน ซึ่งนำสู่การเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นและตรวจสอบพบว่าผู้ป่วยทั้งสามรายไม่ได้สัมผัสใกล้ชิดหรือมีปัจจัยเสี่ยงร่วมกัน ทำให้สามารถตัดความเป็นไปได้ของการระบาดแบบกลุ่มออกอย่างรวดเร็ว โดยการแจ้งเตือนครั้งแรกจนถึงสรุปผลขั้นสุดท้ายใช้ระยะเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง
ทั้งนี้ จีนได้เสริมสร้างขีดความสามารถตรวจจับและแจ้งเตือนโรคติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระยะ 5 ปี ฉบับที่ 14 (2021-2025) จีนได้จัดตั้งระบบเฝ้าระวัง 8 ระบบ ครอบคลุมอาการ เชื้อก่อโรค พาหะนำโรค และน้ำเสีย ซึ่งอาศัยความช่วยเหลือจากห้องปฏิบัติการที่สามารถระบุเชื้อก่อโรคติดเชื้อมากกว่า 40,000 แห่ง ขณะสถานพยาบาลมากกว่า 50,000 แห่ง ใช้ซอฟต์แวร์เฝ้าติดตามโรคติดเชื้อที่ช่วยลดระยะเวลาเฉลี่ยตั้งแต่วินิจฉัยจนถึงรายงานผลจาก 5.2 ชั่วโมง เหลือ 3.7 ชั่วโมง
สำหรับแผนป้องกันและควบคุมโรค ระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 (2026-2030) ซึ่งเผยแพร่เดือนกรกฎาคม ได้เรียกร้องการจัดตั้งระบบควบคุมโรคที่ทันสมัยอันมีอัตลักษณ์จีนภายในปี 2030 รวมถึงการจัดตั้งกรอบองค์กรและกลไกการทำงานที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นสำหรับป้องกันและลดทอนความเสี่ยงโรคระบาดขนานใหญ่ ควบคู่กับระบบเฝ้าติดตามและแจ้งเตือนแบบหลายช่องทางอันมีประสิทธิภาพ ซึ่งสามารถรับมือกับภัยคุกคามเกิดใหม่ได้อย่างรวดเร็ว