
(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้เลี้ยงผึ้งชาวปาเลสไตน์กำลังดูแลรังผึ้งบนดาดฟ้าของอาคารที่ถูกทำลายในย่านเทล อัล-ฮาวาของเมืองกาซาซิตี วันที่ 10 ส.ค. 2026)
สหประชาชาติ, 16 ก.ย. (ซินหัว) -- รายงานความเสี่ยงระดับโลกประจำปี 2026 จากองค์การสหประชาชาติ (UN) เมื่อวันอังคาร (15 ก.ย.) ระบุว่าสงครามขนาดใหญ่ถูกมองเป็นความเสี่ยงระดับโลกเพิ่มขึ้น 16 อันดับ เมื่อเทียบกับรายงานความเสี่ยงระดับโลกฉบับแรกในปี 2024 ซึ่งเป็นการขยับอันดับขึ้นมากที่สุดของการสำรวจความเห็น โดยราวร้อยละ 36 ของผู้ตอบแบบสอบถามมองว่าอาจเกิดสงครามขนาดใหญ่ภายใน 1 ปี และร้อยละ 76 มองว่าอาจเกิดขึ้นภายใน 7 ปี
รายงานฉบับล่าสุดอ้างอิงผลสำรวจผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม และระบบของสหประชาชาติ ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วโลก จำนวน 1,300 คน โดยผู้ตอบแบบสอบถามได้ประเมินความเสี่ยงระดับโลก 28 รายการ แบ่งเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ การเมือง เทคโนโลยี เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม เพื่อประเมินแนวโน้ม ความรุนแรง ระยะเวลา ความพร้อมของสถาบันพหุภาคีในการรับมือ และปัจจัยที่ช่วยหรือขัดขวางการรับมืออันมีประสิทธิภาพ
นอกจากนั้นมีความเสี่ยงระดับโลกอื่นๆ ที่ขยับอันดับขึ้นอย่างมาก ทั้งวิกฤตการเงินโลก (ขยับขึ้น 12 อันดับ) การล่มสลายของห่วงโซ่อุปทาน (ขยับขึ้น 12 อันดับ) และความล้มเหลวด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ (ขยับขึ้น 7 อันดับ) ส่วนความเสี่ยงระดับโลกที่ขยับอันดับลงมากที่สุด ได้แก่ การลดลงของความหลากหลายทางชีวภาพ (ลดลง 17 อันดับ) มลพิษขนาดใหญ่ (ลดลง 10 อันดับ) การขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ (ลดลง 8 อันดับ) และความเสี่ยงทางชีวภาพ (ลดลง 8 อันดับ)
ทั้งนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามมองว่าระบบพหุภาคีมีความพร้อมน้อยที่สุดในการรับมือกับความเสี่ยงทางเทคโนโลยีในระดับโลก โดยการกระจุกตัวของอำนาจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอยู่อันดับที่ 22 ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีขั้นแนวหน้าอยู่อันดับที่ 24 ความล้มเหลวด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์อยู่อันดับที่ 26 และภัยพิบัติจากการวิศวกรรมธรณีอยู่อันดับที่ 27 ในการจัดอันดับการรับมือกับความเสี่ยงระดับโลก 28 รายการ