
(แฟ้มภาพซินหัว : เรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์จอดเทียบท่าที่เมืองแวนคูเวอร์ รัฐบริติชโคลัมเบียของแคนาดา วันที่ 25 ส.ค. 2026)
นิวยอร์ก, 9 ก.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันอังคาร (8 ก.ย.) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สั่งให้สำนักบริการทั่วไป (GSA) และสำนักผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ดำเนินการถอดสินค้าที่มีแหล่งกำเนิดในแคนาดาออกจากบัญชีการจัดซื้อจัดจ้างแบบหลายสัญญาของรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้การจัดเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ของแคนาดา
ทรัมป์ระบุว่าแคนาดาไม่อนุญาตให้ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์นมรายใหญ่ของสหรัฐฯ ส่งสินค้าเข้าสู่ตลาดแคนาดา และเหตุผลเดียวที่แคนาดายังผลิตยานยนต์ได้เป็นเพราะข้อตกลงทางการค้าที่เลวร้ายในอดีตในช่วงที่ประธานาธิบดีคนอื่นๆ ดำรงตำแหน่ง พร้อมเสริมว่าแคนาดาเอาเปรียบสหรัฐฯ มาหลายปีแล้ว
ทรัมป์ระบุว่ารัฐบาลแคนาดา รวมถึงรัฐบาลระดับรัฐของแคนาดา ไม่ให้ธุรกิจขนาดเล็กและบริษัทของสหรัฐฯ เข้าไปจำหน่ายสินค้าในตลาดจัดซื้อจัดจ้างของรัฐบาลแคนาดา ซึ่งไม่ใช่การตอบแทนอย่างเท่าเทียม แต่เป็นการฉ้อโกงทางการค้าของแคนาดา และนับจากนี้ หากไม่มีการปฏิบัติต่างตอบแทนกันอย่างเท่าเทียม แคนาดาก็จะไม่มีสิทธิเข้าถึงตลาดสหรัฐฯ เช่นกัน
ทั้งนี้ สหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีศุลกากรร้อยละ 50 กับสินค้าจากแคนาดามูลค่าราว 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.58 แสนล้านบาท) ตั้งแต่วันที่ 22 ส.ค. ส่งผลให้แคนาดาตอบโต้ด้วยการเรียกเก็บภาษีในอัตราเดียวกันกับสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ มูลค่าเทียบเท่ากันตั้งแต่วันอังคาร (8 ก.ย.) ที่ผ่านมา