
(แฟ้มภาพซินหัว : บุคลากรการแพทย์ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อในจังหวัดอิตูรีของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกหรือดีอาร์คองโก วันที่ 9 ก.ค. 2026)
คินชาซา, 21 ส.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพฤหัสบดี (20 ส.ค.) องค์การอนามัยโลก (WHO) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งแอฟริกา (Africa CDC) เผยว่าสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก หรือดีอาร์คองโก เตรียมนำวัคซีนแอร์วีโบ (Ervebo) มาใช้ควบคุมการแพร่ระบาดของโรคอีโบลาที่เกิดจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์บุนดีบูโย หลังได้รับจัดสรรวัคซีนเบื้องต้น 70,000 โดสจากคลังวัคซีนสำรองระดับโลก
วัคซีนแอร์วีโบได้รับการอนุมัติและแนะนำสำหรับป้องกันเชื้อไวรัสอีโบลา สายพันธุ์ไซแอร์ แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าสามารถปกป้องมนุษย์จากเชื้อไวรัสสายพันธุ์บุนดีบูโยได้หรือไม่ โดยผลการศึกษาเบื้องต้นในห้องปฏิบัติการและสัตว์ทดลองบ่งชี้ว่าวัคซีนอาจให้การป้องกันเชื้อไวรัสสายพันธุ์บุนดีบูโยได้ในระดับหนึ่ง
องค์การอนามัยโลกและศูนย์ฯ ระบุว่าวัคซีนจำนวน 20,000 โดสจะนำไปใช้ในการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 เพื่อประเมินประสิทธิผลของวัคซีนต่อสายพันธุ์บุนดีบูโย ส่วนวัคซีนที่เหลืออีก 50,000 โดสจะจัดสรรให้บุคลากรด่านหน้าและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ซึ่งการทดลองทางคลินิกอาจให้ข้อมูลสำคัญว่าการใช้วัคซีนที่พัฒนาขึ้นเพื่อป้องกันเชื้อไวรัสอีโบลาอีกสายพันธุ์ จะช่วยควบคุมการแพร่ระบาดระลอกปัจจุบันได้หรือไม่ รวมถึงเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาใช้วัคซีนดังกล่าวในวงกว้างต่อไป
รายงานสถานการณ์โรคอีโบลาฉบับล่าสุดของรัฐบาลดีอาร์คองโกระบุว่าวัคซีนเป็นเครื่องมือสำคัญในการปกป้องประชาชนที่มีความเสี่ยงสัมผัสเชื้อไวรัสฯ โดยขณะนี้มีวัคซีนแอร์วีโบ 2,000 โดสพร้อมใช้งานในจังหวัดทโชโป และได้ยื่นคำขอวัคซีนเพิ่มเติมอีก 5 แสนโดสแล้วเพื่อขยายโครงการฉีดวัคซีน ซึ่งทั้งองค์การอนามัยโลกและศูนย์ฯ ย้ำว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนแอร์วีโบทั้งในการทดลองทางคลินิกหรือช่องทางอื่นควรรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์ ความเสี่ยง และข้อจำกัดที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้วัคซีนเพื่อป้องกันเชื้อไวรัสสายพันธุ์บุนดีบูโย และต้องให้ความยินยอมก่อนเข้ารับวัคซีน
ตัวเลขทางการที่เผยแพร่เมื่อวันพุธ (19 ส.ค.) ระบุว่าดีอาร์คองโกมีผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลาที่ยืนยันเพิ่มเป็น 5,208 ราย เมื่อนับถึงวันอังคาร (18 ส.ค.) ซึ่งรวมถึงผู้เสียชีวิต 2,476 ราย และผู้ติดเชื้อที่หายดี 1,115 ราย ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อที่ยังคงกักตัวหรือรับการรักษาอยู่ที่ 730 ราย และทางการมีรายงานพบผู้ติดเชื้อในจังหวัดอิตูรี กีวูเหนือ กีวูใต้ บาส-อูเอเล ฮาวต์-อูเอเล และทโชโป โดยการระบาดระลอกล่าสุดนี้ถือเป็นการระบาดของโรคอีโบลาครั้งใหญ่และรุนแรงที่สุดในดีอาร์คองโก และใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก