
(แฟ้มภาพซินหัว : ทิวทัศน์ธารน้ำแข็งผู่รั่ว กั่งรื่อ ในเขตปกครองตนเองซีจ้างทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน วันที่ 4 ก.ย. 2024)
หลานโจว, 24 ก.ค. (ซินหัว) -- การศึกษาวิจัยที่นำโดยทีมนักวิทยาศาสตร์จีนเพื่อพัฒนาชุดข้อมูลปรอท (Hg) จากการเก็บรวบรวมตัวอย่างจากสิ่งแวดล้อม อาทิ อากาศ ละอองลอย (Aerosols) ธารน้ำแข็ง ดิน และตัวอย่างอื่นๆ บริเวณที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบตของจีน คาดว่าจะกลายเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการกำหนดนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม โดยชุดข้อมูลนี้มีความจำเป็นสำหรับการประเมินความเสี่ยงและการลดมลพิษจากสารปรอทในระดับภูมิภาคและระดับโลก
การศึกษาดังกล่าวเป็นความร่วมมือของคณะนักวิจัยจากสถาบันระบบนิเวศ สภาพแวดล้อม และทรัพยากรตะวันตกเฉียงเหนือ (NIEER) และสถาบันวิจัยที่ราบสูงทิเบต สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน ร่วมกับมหาวิทยาลัยซานซี สถาบันวิทยาศาสตร์ทาจิกิสถาน และมหาวิทยาลัยหลานโจว
คณะนักวิจัยเชื่อว่าที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบต ซึ่งได้รับสมญานามว่าขั้วโลกที่สาม (The Third Pole) มีบทบาทสำคัญต่อวัฏจักรและการหมุนเวียนของแร่ธาตุส่วนน้อย (trace elements) ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ขณะที่สารปรอทซึ่งเป็นโลหะหนักมีพิษกำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของมนุษย์
คังซื่อชาง หัวหน้าโครงการวิจัย เผยว่าการหมุนเวียนของบรรยากาศในวงกว้างช่วยหนุนการเคลื่อนย้ายมลพิษปรอทในบรรยากาศในระยะไกล ซึ่งสามารถตกลงและสะสมในที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบตได้ในที่สุด โดยช่วงไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมา โครงการมลพิษทางอากาศและการเปลี่ยนแปลงของเขตหิมะและน้ำแข็ง (APCC) ได้จัดตั้งเครือข่ายการตรวจวัดทั่วภูมิภาคแห่งนี้ เพื่อเฝ้าระวังและศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างวัฏจักรทางชีวธรณีเคมีของสารปรอทกับการเปลี่ยนแปลงของเขตหิมะและน้ำแข็งอย่างเป็นระบบ
คังเสริมว่าชุดข้อมูลนี้เปิดเผยต่อสาธารณะเพื่อสนับสนุนการวิจัยข้ามสาขาวิชาที่เชื่อมโยงระบบหิมะและน้ำแข็ง ชั้นบรรยากาศ ดิน และอุทกวิทยา ซึ่งจะช่วยพัฒนาระบบการคาดการณ์วัฏจักรของสารปรอทในสภาพแวดล้อมที่เป็นหิมะและน้ำแข็ง ตลอดจนประเมินผลกระทบขณะที่โลกมีอุณหภูมิร้อนขึ้นและธารน้ำแข็งลดน้อยลง
อนึ่ง การศึกษาดังกล่าวเผยแพร่ในวารสารเอิร์ธ ซิสเต็ม ไซเอนซ์ ดาตา (Earth System Science Data)