
(แฟ้มภาพซินหัว : นักท่องเที่ยวเยี่ยมชมจุดชมวิวจิ่วจ้ายโกวในมณฑลซื่อชวนทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน วันที่ 10 ต.ค. 2024)
เฉิงตู, 22 ก.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันอังคาร (21 ก.ค.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเฉิงตูในมณฑลซื่อชวน (เสฉวน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีนรายงานการจัดตั้งศูนย์วิจัยการคุ้มครองและบริหารจัดการแหล่งมรดกโลกแห่งองค์การยูเนสโก (UNESCO) อย่างหุบเขาจิ่วจ้ายหรือ "จิ่วจ้ายโกว" ตามหลักวิทยาศาสตร์ ซึ่งถือเป็นก้าวใหม่ของการประสานงานวิจัยระดับสูงกับการบริหารจัดการแหล่งมรดกภายใต้ความร่วมมือระหว่างห้องปฏิบัติการหลักด้านการป้องกันภัยพิบัติทางธรณีวิทยาและการคุ้มครองสภาพแวดล้อมทางธรณีวิทยาของมหาวิทยาลัยฯ กับหน่วยบริหารท้องถิ่น
รายงานระบุว่าศูนย์แห่งนี้จะให้ความสำคัญกับการวิจัยหลักหลายด้าน ทั้งการระบุและป้องกันภัยเสี่ยงทางธรณีวิทยา การฟื้นฟูระบบนิเวศหลังเกิดแผ่นดินไหว การอนุรักษ์ภูมิทัศน์หินทราเวอร์ทีนและระบบนิเวศทะเลสาบ และการเฝ้าติดตามและประเมินผลในระยะยาว รวมถึงแปรเปลี่ยนผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์สู่การประยุกต์ใช้งานในการอนุรักษ์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้การสนับสนุนตามหลักวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระยะยาว และยกระดับความแม่นยำและประสิทธิภาพของการบริหารจัดการแหล่งมรดก
อนึ่ง หุบเขาจิ่วจ้ายหรือจิ่วจ้ายโกว ตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาบนขอบตะวันออกของที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบต ครอบคลุมพื้นที่ราว 720 ตารางกิโลเมตร มีชื่อเสียงจากทะเลสาบหินทราเวอร์ทีนที่สวยงาม กลุ่มน้ำตก และซากธารน้ำแข็งที่มีสภาพดี ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในสมบัติทางธรรมชาติอันโดดเด่นที่สุดและหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของจีน