
(แฟ้มภาพซินหัว : แขกผู้มีเกียรติถ่ายรูปหมู่ที่พิธีเปิดการประชุมสุดยอดสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน ครั้งที่ 48 และการประชุมที่เกี่ยวข้องในเมืองเซบูของฟิลิปปินส์ วันที่ 8 พ.ค. 2026)
มะนิลา, 9 พ.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันศุกร์ (8 พ.ค.) สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียนได้ออกแถลงการณ์ร่วมเกี่ยวกับวิกฤตตะวันออกกลาง ซึ่งตั้งเป้าหมายเสริมสร้างความแข็งแกร่งของอาเซียนในการรับมือกับปัญหาขาดแคลนพลังงานและอุปทานพลังงานหยุดชะงักในระดับโลก
ณ การประชุมสุดยอดอาเซียนในเมืองเซบูของฟิลิปปินส์ คณะผู้นำอาเซียนเน้นย้ำความมุ่งมั่นตั้งใจร่วมกันในการส่งเสริมความแข็งแกร่งของภูมิภาค ท่ามกลางความหวาดกลัวที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความมั่นคงทางพลังงานและอุปทานเชื้อเพลิง
คณะผู้นำอาเซียนประกาศมาตรการสำคัญหลายประการ ทั้งการเปิดใช้กลไกการแบ่งปันเชื้อเพลิงระดับภูมิภาคและการเร่งดำเนินงานโครงข่ายไฟฟ้าระดับภูมิภาค เพื่อยกระดับการเชื่อมโยงไฟฟ้าทั่วอาเซียน
นอกจากนั้นคณะผู้นำอาเซียนแสดงความกังวลว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อชีวิตและความปลอดภัยของพลเรือน ตลอดจนสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคและทั่วโลก
คณะผู้นำอาเซียนเรียกร้องการเร่งดำเนินการตามกรอบความตกลงอาเซียนว่าด้วยความมั่นคงทางปิโตรเลียม ซึ่งเปิดทางให้ประเทศสมาชิกสนับสนุนความต้องการพลังงานของประเทศสมาชิกด้วยกันตามความสมัครใจและหลักเกณฑ์การค้า
ขณะเดียวกันคณะผู้นำอาเซียนผลักดันการสร้างความหลากหลายของแหล่งพลังงานเพื่อลดทอนการพึ่งพาการผลิตไฟฟ้าที่เผาไหม้น้ำมัน พร้อมส่งเสริมการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนและการสำรวจเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น พลังงานนิวเคลียร์พลเรือน อย่างสอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยสากล
ทั้งนี้ อาเซียนจะรักษาความสามัคคีและความมุ่งมั่นร่วมกันเพื่อรับรองว่าอาเซียนยังคงแข็งแกร่ง มีความสามารถรับมือ และมองการณ์ไกลในการตอบสนองต่อผลกระทบจากภายนอกภูมิภาคและคุ้มครองชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนชาวอาเซียน ท่ามกลางภูมิทัศน์ระดับภูมิภาคและระดับโลกที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงสถาปัตยกรรมโลกหลายขั้วที่เกิดขึ้นใหม่