
(แฟ้มภาพซินหัว : เรือขนส่งยานยนต์ "บีวายดี เอ็กซ์โพลเลอร์ หมายเลข 1" เทียบท่าเรือโลจิสติกส์ระหว่างประเทศเสี่ยวโม่ในเมืองเซินเจิ้น มณฑลกว่างตงทางตอนใต้ของจีน วันที่ 14 ม.ค. 2024)
ซานฟรานซิสโก, 3 ม.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันศุกร์ (2 ม.ค.) เทสลา (Tesla) ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของสหรัฐฯ รายงานยอดส่งมอบรถยนต์ทั่วโลกในปี 2025 ลดลงราวร้อยละ 8.6 เมื่อเทียบปีต่อปี ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ยอดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้ารายปีของเทสลาถูกแซงหน้าโดยบีวายดี (BYD) ผู้ผลิตรถยนต์ของจีน
เทสลาผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 1.655 ล้านคันในปี 2025 และส่งมอบรวม 1.636 ล้านคัน ซึ่งต่ำกว่ายอดผลิต 1.773 ล้านคัน และยอดส่งมอบ 1.789 ล้านคันในปี 2024
ผลกระทบที่มีต่อยอดจำหน่ายเกิดขึ้นชัดเจนที่สุดหลังจากมีการยกเลิกเครดิตภาษีรถยนต์ไฟฟ้าเมื่อเดือนกันยายน 2025 ซึ่งเดิมทีมาตรการดังกล่าวมีส่วนส่งเสริมให้ผู้บริโภคชาวสหรัฐฯ ซื้อรถยนต์ไฟฟ้า
เทสลาผลิตรถยนต์ 434,358 คัน และส่งมอบรถ 418,227 คัน ในช่วงไตรมาสสี่ (ตุลาคม-ธันวาคม) ของปี 2025 ลดลงจากยอดผลิต 459,445 คัน และยอดส่งมอบ 495,570 คันในช่วงเดียวกันของปี 2024 โดยยอดส่งมอบในไตรมาสที่สี่ลดลงราวร้อยละ 16 เมื่อเทียบปีต่อปี
เมื่อวันพฤหัสบดี (1 ม.ค.) บีวายดีรายงานยอดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกแตะ 2.257 ล้านคันในปี 2025 เพิ่มขึ้นร้อยละ 27.86 จากปีก่อนหน้า โดยมีส่วนแบ่งยอดขายเพิ่มขึ้นจากตลาดนอกประเทศจีน ซึ่งรวมถึงเอเชีย ยุโรป และลาตินอเมริกา
เทสลายังคงเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ โดยครองส่วนแบ่งราวร้อยละ 45 ของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ ทว่ายอดจำหน่ายของเทสลาที่ลดลงบ่งชี้ถึงการชะลอตัวในวงกว้างของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าสหรัฐฯ
ข้อมูลจากคอกซ์ ออโตโมทีฟ (Cox Automotive) บริษัทวิจัยด้านยานยนต์ เผยว่ายอดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าในสหรัฐฯ ทุกแบรนด์ลดลงกว่าร้อยละ 40 เมื่อเทียบปีต่อปีในเดือนพฤศจิกายน 2025 โดยนักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมคาดการณ์ว่ายอดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าโดยรวมในสหรัฐฯ จะยังคงอ่อนแอในปี 2026
