
(แฟ้มภาพซินหัว : โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ วันที่ 21 ก.ย. 2025)
วอชิงตัน, 9 ม.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพฤหัสบดี (8 ม.ค.) เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ รายงานว่าโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ส่งสัญญาณว่าเขาอาจปล่อยให้สนธิสัญญาการควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ที่เหลืออยู่ระหว่างสหรัฐฯ กับรัสเซียหมดอายุ และผลักดันข้อตกลงที่อาจรวมฝ่ายอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่งเข้ามา
รายงานระบุว่าสนธิสัญญาลดอาวุธเชิงยุทธศาสตร์ใหม่ (New START) ระหว่างสหรัฐฯ กับรัสเซีย ซึ่งมีผลบังคับใช้ปี 2011 และจะสิ้นอายุวันที่ 5 ก.พ. 2026 ได้จำกัดจำนวนหัวรบนิวเคลียร์เชิงยุทธศาสตร์ไว้ที่ 1,550 หัว และกำหนดเพดานของระบบยิงขีปนาวุธ เครื่องบินทิ้งระเบิด และเรือดำน้ำไว้ที่ 700 ระบบ
ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับเดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ เมื่อวันพุธ (7 ม.ค.) ว่าเขาอาจจะปฏิเสธข้อเสนอจากรัสเซียที่จะคงข้อจำกัดตามสนธิสัญญาดังกล่าวและจะจัดทำข้อตกลงที่ดีกว่าขึ้นมาใหม่โดยมีฝ่ายอื่นๆ เข้าร่วมด้วย
อนึ่ง หากสนธิสัญญาฉบับนี้สิ้นสุดการบังคับใช้แล้วจะทำให้สหรัฐฯ และรัสเซีย ซึ่งเป็นสองมหาอำนาจใหญ่ที่สุดในด้านอาวุธนิวเคลียร์ของโลก ไม่มีข้อจำกัดในการสะสมอาวุธนิวเคลียร์ของตนเองเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 50 ปี
เดิมทีสนธิสัญญาลดอาวุธเชิงยุทธศาสตร์ใหม่นี้ถูกกำหนดให้มีอายุ 10 ปี แต่เมื่อปี 2021 วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย และโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในขณะนั้น ได้เห็นพ้องจะขยายระยะเวลาออกไปอีก 5 ปี ซึ่งเป็นการขยายระยะเวลาครั้งสุดท้ายตามเงื่อนไข
มีรายงานว่าเมื่อเดือนกันยายน 2025 ปูตินเสนอว่ารัสเซียอาจสมัครใจปฏิบัติตามสนธิสัญญานี้ต่อไป หากสหรัฐฯ ยินดีจะปฏิบัติตามด้วยเช่นกัน