
(แฟ้มภาพซินหัว : ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตันดี.ซี.ของสหรัฐฯ วันที่ 27 ส.ค. 2025)
นิวยอร์ก, 30 ส.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันศุกร์ (29 ส.ค.) บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่าศาลอุทธรณ์ของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ได้ตัดสินว่าการเรียกเก็บภาษีทั่วโลกของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่วนใหญ่นั้นผิดกฎหมาย เนื่องจากเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตอำนาจประธานาธิบดีในการเก็บภาษี แต่ศาลอนุญาตให้มาตรการภาษีมีผลบังคับใช้ต่อไป ขณะที่ส่งคดีกลับไปยังศาลชั้นต้นเพื่อพิจารณาเพิ่มเติม
ศาลอุทธรณ์ได้ยืนยันคำตัดสินของศาลการค้าระหว่างประเทศก่อนหน้านี้ ที่ระบุว่าทรัมป์ได้ใช้กฎหมายภาวะฉุกเฉินโดยมิชอบเพื่อเรียกเก็บภาษี ทว่าผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ได้ส่งคดีกลับไปยังศาลชั้นต้นเพื่อพิจารณาว่าคำตัดสินคดีนั้นครอบคลุมทุกฝ่ายที่ได้รับผลกระทบจากภาษี หรือเฉพาะคู่ความในคดีนี้เท่านั้น
คำตัดสินครั้งนี้ยังคงสร้างความไม่แน่นอนว่าภาษีของทรัมป์จะถูกยกเลิกในท้ายที่สุดหรือไม่ โดยเดิมทีมีการคาดว่าคดีนี้จะถูกส่งไปถึงศาลฎีกาเพื่อตัดสินขั้นสุดท้าย
ด้านซีเอ็นบีซี (CNBC) รายงานว่าเกือบจะแน่นอนแล้วว่าทรัมป์จะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา โดยศาลอุทธรณ์ได้สั่งชะลอการบังคับใช้คำตัดสินชั่วคราวจนถึงวันที่ 14 ต.ค. เพื่อเปิดโอกาสให้รัฐบาลทรัมป์มีเวลายื่นคำร้องต่อศาลฎีกา
ด้านรัฐบาลทรัมป์โต้ว่ากฎหมายอำนาจฉุกเฉินทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (IEEPA) ให้อำนาจประธานาธิบดีในการกำหนดภาษีเฉพาะประเทศได้ หากเล็งเห็นว่าจำเป็นเพื่อรับมือภาวะฉุกเฉินระดับชาติ
ศาลการค้าชั้นต้นของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ปฏิเสธข้ออ้างดังกล่าวเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม และยกเลิกภาษีภายใต้กฎหมายข้างต้น ซึ่งรวมถึงภาษีตอบโต้ทั่วโลกที่ประกาศใช้เมื่อต้นเดือนเมษายน แต่ศาลอุทธรณ์ได้ระงับคำตัดสินดังกล่าวไว้เพื่อรอการอุทธรณ์ของทรัมป์
ด้านหนังสือพิมพ์นิวยอร์ก โพสต์ (New York Post) รายงานว่าคำตัดสินนี้สั่นคลอนหัวใจสำคัญของนโยบายการค้าที่แข็งกร้าวของทรัมป์ ซึ่งได้พลิกโฉมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐฯ กับหลายพื้นที่ทั่วโลก