
โตเกียว, 15 ต.ค. (ซินหัว) -- เมื่อเย็นวันพุธ (14 ต.ค.) พลเมืองชาวญี่ปุ่นรวมตัวบริเวณใกล้สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ในกรุงโตเกียว เพื่อประท้วงกรณีนาวิกโยธินสหรัฐฯ ซึ่งประจำการในจังหวัดโอกินาวา ก่อเหตุชิงทรัพย์และฆาตกรรมหญิงชาวท้องถิ่น พร้อมทั้งแสดงการคัดค้านการซ้อมรบร่วมทางทหารระหว่างญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ที่กำลังจะจัดขึ้น
บรรดาผู้ประท้วงได้ร่วมกันตะโกนสโลแกน อาทิ "ถอนฐานทัพสหรัฐฯ ออกจากโอกินาวา" และ "กองทัพสหรัฐฯ หยุดการเข่นฆ่า" ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรึงกำลังและส่งรถสายตรวจเข้าควบคุมสถานการณ์ จนเกิดการกระทบกระทั่งและปะทะกันเป็นระยะระหว่างเจ้าหน้าที่กับกลุ่มผู้ประท้วง
กองทัพสหรัฐฯ ในโอกินาวาได้ระงับการปฏิบัติงานตามปกติเป็นเวลา 48 ชั่วโมงหลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว และกำหนดมาตรการเคอร์ฟิวตั้งแต่เที่ยงคืนถึง 05.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น เป็นระยะเวลา 30 วัน โดยมัตสึโมโตะ หนึ่งในผู้ประท้วง กล่าวว่ามาตรการเหล่านี้อาจมีจุดประสงค์เพียงเพื่อเลี่ยงผลกระทบต่อการซ้อมรบทางทหารที่กำลังจะเกิดขึ้น และไม่ได้มีเป้าหมายป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำอีกอย่างแท้จริง
เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ตำรวจจังหวัดโอกินาวาได้จับกุมเดวิน บัลลาร์ด นาวิกโยธินสหรัฐฯ วัย 20 ปี ซึ่งประจำการอยู่ที่ฐานทัพอากาศนาวิกโยธินฟูเทนมะ หลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีสังหารหญิงญี่ปุ่นภายในโรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองนาฮะ เมืองเอกของโอกินาวา พร้อมทั้งขโมยกระเป๋าเงินและทรัพย์สินอื่นๆ ของเธอไป เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้สภาจังหวัดโอกินาวาเรียกร้องให้มีการแก้ไขข้อตกลงสถานะกองกำลังทหารญี่ปุ่น-สหรัฐฯ (SOFA) อย่างจริงจัง
แม้จะเกิดกระแสความไม่พอใจอย่างรุนแรงจากคดีดังกล่าว แต่ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ยังคงวางแผนจัดการฝึกรบร่วมทวิภาคีภายใต้รหัส "คีน ซอร์ด 27" (Keen Sword 27) ระหว่างวันที่ 19-29 ต.ค. นี้ โดยฮิโรอากิ อุชิกุระ เจ้าหน้าที่ประจำกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น กล่าวว่าปัจจุบันยังไม่มีแผนเปลี่ยนแปลงหน่วยกำลังพลที่เข้าร่วม ขนาดของการฝึกซ้อม หรือสถานที่ฝึกซ้อม รวมถึงไม่มีแผนยกเลิกการเข้าร่วมการฝึกของนาวิกโยธินสหรัฐฯ
