ฉางชุน, 14 ก.ย. (ซินหัว) -- คณะนักวิจัยจากห้องปฏิบัติการชีวโบราณคดี สังกัดมหาวิทยาลัยจี๋หลินของจีน ร่วมมือกับบริษัทอีโวลูชิโอ แอลแอลซี (Evolutio LLC) ของสหรัฐฯ ดำเนินการจำลองภาพ 3 มิติของ "ม้าอ้าวซื่อ" (Equus ovodovi) ซึ่งเป็นม้าสายพันธุ์โบราณที่สูญพันธุ์ไปแล้วได้อย่างสมบูรณ์เป็นครั้งแรก โดยอาศัยข้อมูลดีเอ็นเอโบราณและกายวิภาคศาสตร์เปรียบเทียบ และช่วยเผยโฉมหน้าที่แท้จริงของสายพันธุ์ม้าที่เคยสร้างความฉงนให้แก่เหล่านักวิทยาศาสตร์มานานกว่าศตวรรษ
รายงานระบุว่าม้าอ้าวซื่อมีขนสีน้ำตาล ขนาดลำตัวใกล้เคียงกับลา ซากฟอสซิลของมันมีอายุย้อนกลับไปราว 40,000 ปีก่อน ซึ่งถูกค้นพบครั้งแรกภายในถ้ำแห่งหนึ่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของไซบีเรียในรัสเซีย โดยในระยะแรกมีการค้นพบเพียงชิ้นส่วนกระดูกกรามและฟันที่แตกหัก แต่ไม่พบกะโหลกที่สมบูรณ์ และช่วงหลายปีที่ผ่านมามีการขุดพบซากฟอสซิลที่เกี่ยวกับม้าชนิดนี้ในหลายพื้นที่ อาทิ อเมริกาเหนือ แอฟริกา ไซบีเรีย และแถบตะวันออกเฉียงเหนือของจีน
ย้อนกลับไปในปี 2022 คณะนักวิจัยจีนจากมหาวิทยาลัยจี๋หลิน และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และป่าไม้ตะวันตกเฉียงเหนือในมณฑลส่านซี สามารถสกัดข้อมูลพันธุกรรมคุณภาพสูงจากซากฟอสซิลม้าอ้าวซื่อ และต่อยอดงานวิจัยร่วมกับคณะนักวิจัยชาวอเมริกันในปี 2026 โดยนำข้อมูลซากฟอสซิลมาเปรียบเทียบกับสายพันธุ์ที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน เช่น ลาป่าเอเชีย และม้าเลี้ยง จากนั้นจึงจำลองภาพโครงกระดูกม้าขึ้นใหม่ เติมโครงสร้างกล้ามเนื้อ และฟื้นคืนรูปร่างหน้าตาของม้าอ้าวซื่อจนสมบูรณ์ในที่สุด
ทั้งนี้ ผลการศึกษาเผยว่าม้าอ้าวซื่อมีชีวิตรอดมาจนถึงยุคสัมฤทธิ์ ก่อนที่จะสูญพันธุ์ไปในที่สุด โดยมันจัดอยู่ในสายวิวัฒนาการอิสระลำดับที่ 4 ในสายตระกูลม้า ร่วมกับม้า ม้าลาย และลา ซึ่งแยกสายวิวัฒนาการออกมาเมื่อราว 2.7-2.3 ล้านปีก่อน และมีความเชื่อมโยงทางพันธุกรรมใกล้ชิดกับลาและม้าลายมากกว่าม้าบ้าน

(ภาพจากมหาวิทยาลัยจี๋หลิน : ภาพจำลองสามมิติของม้าอ้าวซื่อ)
