
ต๋าลาเท่อ, 24 มิ.ย. (ซินหัว) -- แผงโซลาร์เซลล์ที่ติดตั้งเรียงรายอยู่ภายในฐานโซลาร์เซลล์ในอำเภอต๋าลาเท่อ เขตปกครองตนเองมองโกเลียในทางตอนเหนือของจีน ทำหน้าที่ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดและยังช่วยปกป้องระบบนิเวศทะเลทราย โดยปัจจุบันฐานแห่งนี้ผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาด 1.2 หมื่นล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อปี และมีแผนเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์อีก 7.5 ล้านกิโลวัตต์ในปี 2026
มีการคาดการณ์ว่าภายในสิ้นปี 2030 โครงการนี้จะจ่ายไฟฟ้าสะอาดราว 4 หมื่นล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมงต่อปีไปยังภูมิภาคปักกิ่ง-เทียนจิน-เหอเป่ย อีกทั้งคาดว่าจะลดการใช้ถ่านหิน ลดการปล่อยคาร์บอน ควบคุ๋ไปกับการช่วยบรรเทามลพิษจากฝุ่น
ส่วนในแคว้นอาลาซ่าน โมเดลการควบคุมทะเลทรายกำลังก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างกลางผืนทราย โดยส่วนด้านบนของแผงโซลาร์เซลล์ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้า ส่วนพื้นที่ด้านล่างช่วยตรึงผืนทราย ขณะที่ช่องว่างระหว่างแผงสามารถใช้เพาะปลูกพืชผักได้ ซึ่งช่วยลดการกัดเซาะจากลม ควบคุมการขยายตัวของทะเลทราย และฟื้นฟูสภาพแวดล้อมในท้องถิ่น จึงก่อประโยชน์ควบคู่กันทั้งด้านการพัฒนาพลังงานและการฟื้นฟูระบบนิเวศ โดยปัจจุบันสามารถฟื้นฟูพื้นที่ได้แล้วมากกว่า 2,500 หมู่ (ราว 1,000 ไร่)
เจ้าหน้าที่กล่าวว่าแนวกั้นตารางหมากรุกจากฟางช่วยลดอัตราความเร็วลมระดับพื้นดินกว่าร้อยละ 60 ควบคู่กับการปลูกพืชตรึงหน้าทราย เช่น อาร์เทมิเซีย (Artemisia) และหลิวทะเลทราย ซึ่งช่วยเพิ่มอินทรีย์วัตถุในดินจากร้อยละ 0.12 เป็นร้อยละ 0.27 ขณะที่อุปกรณ์เก็บน้ำฝนที่ติดตั้งระหว่างแผงโซลาร์เซลล์สามารถเก็บน้ำฝนได้ราว 260 ตันต่อปี