
เตหะราน, 26 มี.ค. (ซินหัว) -- กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่าน เปิดเผยว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของกองทัพเรือ สังกัดกองกำลังฯ ได้ยิงขีปนาวุธโจมตีเครื่องบินขับไล่เอฟ/เอ-18 ฮอร์เน็ต (F/A-18 Hornet) ของสหรัฐฯ ตกในน่านฟ้าเหนือเขตชาบาฮาร์ ในจังหวัดซิสถานและบาลูเชสถานทางตะวันออกเฉียงใต้ของอิหร่าน ก่อนตกลงในมหาสมุทรอินเดีย เมื่อวันพุธ (25 มี.ค.) นับเป็นเครื่องบินขับไล่ของสหรัฐฯ และอิสราเอลลำที่ 4 ที่ถูกระบบป้องกันภัยทางอากาศที่อิหร่านพัฒนาขึ้นเอง ยิงตกในน่านฟ้าของอิหร่าน
เมื่อวันอาทิตย์ (22 มี.ค.) กองทัพอิหร่านระบุว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศได้ยิงเครื่องบินขับไล่เอฟ-15อี สไตรค์ อีเกิล (F-15E Strike Eagle) ของสหรัฐฯ ในน่านฟ้าทางตอนใต้ของอิหร่าน ขณะที่ก่อนหน้านั้น กองกำลังฯ ระบุว่าได้ยิงเครื่องบินเอฟ-16 ไฟต์ติง ฟอลคอน (F-16 Fighting Falcon) ของอิสราเอลในน่านฟ้าทางตอนกลางของอิหร่านเช่นกัน
อนึ่ง สหรัฐฯ และอิสราเอลร่วมกันโจมตีกรุงเตหะรานและอีกหลายเมืองของอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ซึ่งสังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านในขณะนั้น รวมถึงผู้บัญชาการทหารระดับสูงและพลเรือน ทำให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีอิสราเอล รวมถึงฐานทัพและทรัพย์สินของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางหลายระลอก