
ตูชาง, 31 ธ.ค. (ซินหัว) -- สะพานหินโบราณเจ้าของสมญานาม "สะพานพันเนตร" ทอดยาวอยู่ก้นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดของจีนอย่างทะเลสาบโผหยางมาเนิ่นนานเกือบ 400 ปีแล้ว พร้อมครองตำแหน่งสะพานหินที่มีความยาวมากที่สุดในจีนที่ซ่อนอยู่ข้างใต้ทะเลสาบ
ครั้นระดับน้ำทะเลสาบลดลงแตะจุดต่ำสุด สิ่งปลูกสร้างจากยุคราชวงศ์หมิง (ปี 1368-1644) แห่งนี้จะผุดโผล่ปรากฏขึ้นมาให้เห็นอย่างครบถ้วน เปิดโอกาสให้ผู้คนได้ลองเดินเท้าบนชิ้นส่วนแห่งประวัติศาสตร์ที่ก่อสร้างไว้สำหรับฤดูแล้งน้ำในอดีตกาล
สะพานหินโบราณแห่งนี้มีความยาว 2,657 เมตร และส่วนช่องโค้งเกือบหนึ่งพันช่อง โดยสิ่งที่น่าสนใจของสะพานแห่งนี้อยู่ที่วิธีการก่อสร้าง ซึ่งตัวสะพานทั้งหมดเป็นการประสานเกี่ยวก้อนหินแบบปราศจากตัวยึดเหนี่ยว
อู๋ตุนฮั่น เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ในอำเภอตูชาง มณฑลเจียงซีทางตะวันออกของจีน กล่าวว่าสะพานแห่งนี้ก่อสร้างปี 1631 ในยุคราชวงศ์หมิง มี "ดวงตา" เป็นช่องเปิดระบายน้ำระหว่างเสาสะพาน เพื่อช่วยลดแรงดันน้ำและปรับตัวเข้ากับจังหวะตามธรรมชาติของทะเลสาบโผหยาง
ส่วนไม้สนเนื้ออ่อนนั้นอยู่ข้างใต้น้ำแบบปราศจากออกซิเจนได้นานกว่า หินและอิฐถูกเลือกมาใช้ต้านทานกระแสน้ำและการแช่น้ำ ขณะเดียวกันการจมอยู่ใต้น้ำช่วยปกป้องสะพานจากคลื่นลม พอน้ำลดตัวสะพานจะผุดโผล่ขึ้นมาให้ได้ใช้งาน
แม้ทุกวันนี้ไม่มีคนใช้งานเป็นกิจวัตรเหมือนอดีต แต่สะพานหินแห่งนี้ยังคงมีบทบาทสำคัญ เพราะแต่ละครั้งที่ผุดโผล่ขึ้นมา ระยะเวลาและขอบเขตการปรากฏกลายเป็นบันทึกที่มีชีวิต ช่วยคณะนักวิทยาศาสตร์ติดตามการเปลี่ยนแปลงในทะเลสาบโผหยางและพื้นที่ลุ่มแม่น้ำแยงซี
นับจากเส้นทางสัญจรของประชาชนสู่มาตรวัดทางนิเวศวิทยา สะพานหินแห่งนี้ได้แปรเปลี่ยนหน้าที่ไปตามกาลเวลาที่ผันผ่าน