
วอชิงตัน, 11 ธ.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพุธ (10 ธ.ค.) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้สกัดและเข้าควบคุมเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งบริเวณนอกชายฝั่งเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นเรือบรรทุกขนาดใหญ่มาก และถือว่าใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยถูกยึดมา
บลูมเบิร์ก (Bloomberg) อ้างอิงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ รายงานว่ากองกำลังสหรัฐฯ ได้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายตามกระบวนการยุติธรรมต่อเรือไร้สัญชาติที่เพิ่งเทียบท่าครั้งล่าสุดในเวเนซุเอลา
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกขยับสูงขึ้นหลังข่าวการยึดเรือ โดยน้ำมันดิบเบรนต์ในตลาดลอนดอนปรับขึ้นสูงสุดราวร้อยละ 0.8
เมื่อไม่นานมานี้ ทรัมป์ย้ำว่ากองทัพสหรัฐฯ เตรียมเริ่มปฏิบัติการโจมตีทางบก เพื่อจัดการกับขบวนการค้ายาเสพติดในแถบทะเลแคริบเบียนเร็วๆ นี้ ซึ่งยิ่งทำให้ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และเวเนซุเอลารุนแรงขึ้น
ด้านกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ปฏิบัติการโจมตีเรือที่ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติดอย่างน้อย 22 ครั้งในแถบทะเลแคริบเบียนและมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออก ตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตบนเรืออย่างน้อย 87 ราย
สหรัฐฯ ยังได้ส่งเรือรบกว่าสิบลำ ซึ่งรวมถึงเรือบรรทุกเครื่องบินลำใหญ่ยูเอสเอส เจอร์รัลด์ อาร์. ฟอร์ด (USS Gerald R. Ford) และกองกำลังราว 15,000 นายไปยังทะเลแคริบเบียน ซึ่งมีพื้นที่ชายฝั่งติดกับเวเนซุเอลาเป็นจำนวนมาก โดยสหรัฐฯ ไม่ได้ส่งกองกำลังใหญ่ขนาดนี้ไปยังพื้นที่ดังกล่าวมาอย่างน้อยสามทศวรรษแล้ว
นิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ประณามการกระทำของสหรัฐฯ ว่าเป็นความพยายามโค่นล้มรัฐบาลเวเนซุเอลาและขยายอิทธิพลทางทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาคลาตินอเมริกา