
(แฟ้มภาพซินหัว : เด็กเล่นกับ "โรเพ็ต" ของเล่นปัญญาประดิษฐ์ในเมืองเซินเจิ้น มณฑลกว่างตงทางตอนใต้ของจีน วันที่ 21 ธ.ค. 2025)
ปักกิ่ง, 3 พ.ย. (ซินหัว) -- จางอี้ ซีอีโอของไอไอมีเดีย รีเสิร์ช (iiMedia Research) บริษัทวิจัยตลาด เปิดเผยว่าเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่รุดหน้าอย่างรวดเร็วกำลังทำให้ของเล่นเอไอที่ผสานการเป็นเพื่อนคู่ใจ ของเล่นสะสม และการบริโภคเพื่อเติมเต็มความรู้สึกทางใจ เปลี่ยนจากสินค้าของเล่นที่เคยตั้งอยู่นิ่งๆ ให้กลายเป็นสัตว์เลี้ยงเพื่อนคู่ใจที่สามารถโต้ตอบได้ ของเล่นเหล่านี้ช่วยให้ผู้ใช้รู้สึกว่ามีคนรับฟังเรื่องราวในใจและโดดเดี่ยวน้อยลง แตกต่างจากผลิตภัณฑ์เอไอที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานหรือช่วยแก้ปัญหาที่จับต้องได้
รายงานของโม๋จิ้ง มาร์เก็ต อินเทลลิเจนซ์ (Moojing Market Intelligence) บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกด้านผู้บริโภคและตลาดอีคอมเมิร์ซในเอเชีย ระบุว่ายอดจำหน่ายของเล่นปัญญาประดิษฐ์ผ่านช่องทางออนไลน์ในช่วงมกราคม-มิถุนายนของปี 2026 อยู่ที่ 850 ล้านหยวน (ราว 4.31 พันล้านบาท) เพิ่มขึ้นร้อยละ 183.9 เมื่อเทียบปีต่อปี
ผลิตภัณฑ์ยอดนิยมเหล่านี้มีรูปแบบและฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย เช่น ฝูไจ่ หรือฟูโซโซ (Fuzozo) สัตว์เลี้ยงของเล่นปัญญาประดิษฐ์ ที่ผู้ใช้สามารถติดเข้ากับกระเป๋าและพกพาออกไปข้างนอก โรเพ็ต (Ropet) สามารถตั้งโต๊ะและสามารถโต้ตอบต่อการสัมผัสและการสบตา และลูนา (Loona) ซึ่งมีราคาราว 3,000 หยวน (ราว 15,200 บาท) สามารถเคลื่อนที่ไปมาภายในบ้าน เดินตามเจ้าของ และทักทายเมื่อเจ้าของกลับถึงบ้าน โดยฟูโซโซมียอดจำหน่ายแล้วกว่า 3 แสนตัว โรเพ็ตเกือบ 40,000 ตัว และลูนามากกว่า 1 แสนตัว
นอกจากนี้ ผู้ผลิตของเล่นปัญญาประดิษฐ์หลายรายตั้งใจออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เน้นความสนุกสนานและไม่สมบูรณ์แบบ แทนที่จะสร้างผู้ช่วยดิจิทัลที่รู้ทุกอย่าง เนื่องจากผู้คนมักรู้สึกสบายใจเมื่ออยู่กับสิ่งที่ดูเปิ่นๆ น่าเอ็นดู และรู้น้อยกว่าตัวเองอยู่บ้าง
ตลาดสัตว์เลี้ยงปัญญาประดิษฐ์ที่เติบโตอย่างรวดเร็วกำลังสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้อุตสาหกรรมของเล่นของจีน ซึ่งเป็นผู้ผลิตและส่งออกของเล่นรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยครองสัดส่วนการผลิตของเล่นทั่วโลกราวร้อยละ 70 และปัจจุบันบริษัทของเล่นจีนที่ดำเนินธุรกิจมายาวนานเริ่มเข้าสู่ตลาดของเล่นเอไอแล้วด้วยการนำตัวละครแอนิเมชันที่ผู้คนคุ้นเคยมาผสานเข้ากับผลิตภัณฑ์แบบโต้ตอบได้
สำหรับในระดับประเทศ กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีนมองว่าของเล่นปัญญาประดิษฐ์เป็น "เครื่องยนต์ใหม่" ของอุตสาหกรรมของเล่น โดยในมณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ทางตอนใต้ ซึ่งเป็นฐานการผลิตของเล่นที่ใหญ่ที่สุดของจีน ตั้งเป้าให้ของเล่นเอไอมีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 30 ของผลิตภัณฑ์ของเล่นทั้งหมดภายในปี 2027 พร้อมสนับสนุนการสร้างกลุ่มอุตสาหกรรมระดับสูงในเมืองสำคัญที่เป็นฐานการผลิตของเล่น
เบื้องหลังตลาดที่กำลังเติบโตนี้คือความต้องการเติมเต็มความรู้สึกทางใจที่เรียบง่าย และสิ่งที่ผู้คนยอมจ่ายเงินซื้อไม่ใช่เพียงแค่ของเล่น แต่เป็นความรู้สึกอันประเมินค่าไม่ได้ที่ได้รู้ว่ามีใครบางคนกำลังรอให้เรากลับบ้านอยู่เสมอ