
(แฟ้มภาพซินหัว : นักท่องเที่ยวให้อาหารแมวที่สวนสาธารณะธีมแมวแห่งหนึ่งในเมืองฮาร์บิน มณฑลเฮยหลงเจียงทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน วันที่ 28 ส.ค. 2026)
ฉงชิ่ง/ฮาร์บิน, 5 ต.ค. (ซินหัว) -- สวนแมวไฟร์ฟลาย เบย์ แคต ฮาร์เบอร์ในเทศบาลนครฉงชิ่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ขนาดพื้นที่ 30,000 ตารางเมตร เคยถูกปล่อยทิ้งร้างมาเป็นเวลานาน ก่อนจะถูกปรับโฉมเป็นสถานที่ช่วยเหลือหรือรับดูแลแมวจร โดยในช่วงเปิดใหม่มีแมวเพียงกว่า 600 ตัว แต่ปัจจุบันสวนแห่งนี้ได้ช่วยเหลือและรับดูแลแมวกว่า 1,300 ตัวแล้วเมื่อนับถึงเดือนกันยายน ซึ่งในจำนวนนี้มีแมวได้ย้ายไปบ้านหลังใหม่กว่า 240 ตัว
อย่างไรก็ดี จำนวนแมวที่เพิ่มขึ้นทำให้ภาระและความต้องการในการดูแลสวนแมวเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทั้งการดูแลรักษาสัตว์ การจัดหาบุคลากร ไปจนถึงการจัดหาพื้นที่ให้เพียงพอสำหรับรองรับแมวที่เข้ามาใหม่
รัฐบาลท้องถิ่นให้สวนแมวใช้ที่ดินโดยไม่คิดค่าเช่า ส่วนผู้ดำเนินการสวนมีรายได้จากค่าเข้าชมราคา 19.9 หยวน (ราว 100 บาท) รายได้จากการใช้จ่ายของผู้มาเยือน และค่าเช่าจากธุรกิจต่างๆ ที่เข้ามาดำเนินกิจการภายในพื้นที่ ซึ่งเพียงพอสำหรับรองรับค่าใช้จ่ายประจำวันแม้จะยังแทบไม่สามารถทำกำไรได้ สวนแห่งนี้จึงนิยามแนวคิดการดำเนินงานของตนเองด้วยสโลแกนติดตลกว่า "แก๊งแมวเหมียวทำงานหาเลี้ยงตัวเอง"
งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ชี้ว่าการจัดการประชากรแมวที่ปล่อยให้อยู่อย่างอิสระนั้นต้องอาศัยการดำเนินงานต่อเนื่อง โดยการศึกษาเป็นเวลา 12 ปีพบว่าการทำหมันแมวอย่างต่อเนื่องและทั่วถึงสามารถลดจำนวนแมวได้ แต่หากมีแมวจากที่อื่นย้ายเข้ามาเพิ่มเติมอาจทำให้จำนวนแมวในพื้นที่ลดลงได้ไม่มากนัก ทีมนักวิจัยจึงแนะนำให้ใช้วิธีจับ-ทำหมัน-ปล่อยกลับ ร่วมกับมาตรการเสริมอื่นๆ เช่น การรับเลี้ยงและการจัดการทรัพยากร
ด้านสวนแมวสการ์เล็ตต์ส เฟรนด์ส ซึ่งเป็นสวนแมวแห่งแรกของมณฑลเฮยหลงเจียงทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน ตั้งอยู่ที่สกีรีสอร์ตย่าปู้ลี่ เมืองฮาร์บิน เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 28 ส.ค. กำลังทดลองใช้แนวทางผสมผสานระหว่างการช่วยเหลือสัตว์และการท่องเที่ยว โดยปัจจุบันเป็นที่อยู่ของแมวจรที่ได้รับการช่วยเหลือ 150 ตัว ซึ่งแมวทุกตัวต้องผ่านการทำหมัน ฉีดวัคซีน กำจัดปรสิต และประเมินว่าสามารถเข้ากับผู้คนได้หรือไม่ ส่วนแมวที่ป่วยจะถูกย้ายไปยังพื้นที่แยกกักกันโรค ขณะที่โรงพยาบาลสัตว์พันธมิตรจะเข้ามาตรวจดูแลสุขภาพแมวเป็นประจำ
สวนแมวสการ์เล็ตต์ส เฟรนด์สมีเป้าหมายเชื่อมโยงสวนแมวเข้ากับการท่องเที่ยว เพื่อใช้รายได้จากการท่องเที่ยวมาแบ่งเบาค่าใช้จ่ายในการดูแลแมว พร้อมมอบบ้านที่มั่นคงให้แก่แมวเหล่านี้ โดยหากจำนวนผู้มาเยือนเกินขีดความสามารถการรองรับ ทางสวนจะใช้ระบบจองล่วงหน้าและจำกัดจำนวนผู้เข้าชม
แนวคิดในลักษณะเดียวกันเริ่มปรากฏในนโยบายท้องถิ่นแล้ว โดยในเดือนกุมภาพันธ์ เมืองหนานจิง มณฑลเจียงซูทางตะวันออกของจีน ออกแนวทางส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยง พร้อมเรียกร้องให้มีการจัดการสัตว์จรด้วยวิธีจับ ทำหมัน ปล่อยกลับ หรือรับเลี้ยง อีกทั้งมีการเปิดทางให้กลุ่มคุ้มครองสัตว์ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ผ่านการว่าจ้างให้ดำเนินบริการต่างๆ และโครงการเพื่อสาธารณประโยชน์ เนื่องจากการพึ่งพาเงินอุดหนุน เงินบริจาค หรืออาสาสมัครที่ไม่ได้รับค่าตอบแทน ไม่อาจรองรับการดำเนินงานได้ในระยะยาว