
(แฟ้มภาพซินหัว : อาคารเบอร์เลย์มองต์ สำนักงานใหญ่ของคณะกรรมาธิการยุโรป ในกรุงบรัสเซลส์ของเบลเยียม วันที่ 29 ม.ค. 2025)
ลอนดอน, 30 ก.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันอังคาร (29 ก.ย.) แดน ยอร์เกนเซน กรรมาธิการด้านพลังงานของสหภาพยุโรป (EU) เปิดเผยว่าสหภาพยุโรปต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติม 1 แสนล้านยูโร (ราว 3.8 ล้านล้านบาท) สำหรับนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิลในปริมาณเท่าเดิมนับตั้งแต่เกิดสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน โดยสหภาพยุโรปไม่ได้ก๊าซหรือน้ำมันเพิ่มขึ้นเลยแม้จ่ายเงินไปมหาศาล
ยอร์เกนเซน ซึ่งเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของสหภาพยุโรปในกรุงดับลินของไอร์แลนด์ กล่าวว่าราคาพลังงานทั่วโลกที่พุ่งสูงขึ้นกำลังส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมและผู้บริโภคในยุโรป และยุโรปกำลังเข้าสู่ฤดูหนาวที่ดูจะเต็มไปด้วยความท้าทายในการขจัดความไม่แน่นอนต่างๆ ให้หมดไป
ทั้งนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ข่มขู่จะสั่งห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลเมื่อสัปดาห์ก่อน ส่งผลให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงอยู่แล้วพุ่งสูงขึ้นอีก ทว่าต่อมา คริส ไรต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของสหรัฐฯ แสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับคำขู่ห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลดังกล่าว
ขณะเดียวกัน ดาร์ราห์ โอไบรอัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของไอร์แลนด์ กล่าวว่าเขาได้หารือกับคณะเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯ ระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในสัปดาห์ก่อน และเผยว่าสหรัฐฯ ไม่มีแนวโน้มจะออกคำสั่งห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลเป็นเวลา 90 วัน
ปัจจุบันประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปกำลังหารือมาตรการรับมือกับสถานการณ์ราคาพลังงานพุ่งสูงในฤดูหนาว โดยยอร์เกนเซนเรียกร้องประเทศสมาชิกพิจารณาวิธีลดความต้องการใช้พลังงาน เร่งกักเก็บก๊าซในคลังให้ได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ของความจุ และปรับใช้มาตรการแก้ไขปัญหาราคาพลังงานพุ่งสูงแบบตรงจุดเป็นการชั่วคราว