
(แฟ้มภาพซินหัว : สายการผลิตที่โรงงานของบริษัทผลิตยานยนต์แห่งหนึ่งในเมืองหยางโจว มณฑลเจียงซูทางตะวันออกของจีน วันที่ 13 พ.ค. 2025)
ปักกิ่ง, 11 ก.ย. (ซินหัว) -- แผนพัฒนาอุตสาหกรรมระยะ 5 ปีที่เผยแพร่ในวันศุกร์ (11 ก.ย.) ระบุว่าจีนตั้งเป้าหมายก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในประเทศชั้นนำด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ของโลกภายในปี 2030 และเสริมแกร่งจุดแข็งในห่วงโซ่อุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่เชื่อมต่ออัจฉริยะ โดยตั้งเป้าให้ยานยนต์พลังงานใหม่ครองสัดส่วนยอดจำหน่ายยานยนต์นั่งส่วนบุคคลใหม่ร้อยละ 70 และครองสัดส่วนยอดจำหน่ายยานยนต์พาณิชย์ใหม่ในตลาดจีนร้อยละ 40 ภายในช่วงดังกล่าว
แผนข้างต้นคาดการณ์ว่าผู้บริโภคจีนจะใช้งานยานยนต์ที่มีฟังก์ชันการขับขี่อัตโนมัติอย่างแพร่หลายภายในปี 2030 และใช้งานระบบขับขี่อัตโนมัติขั้นสูงบนทางด่วน ทางด่วนในเขตเมือง และถนนในเมืองบางส่วน
ขณะเดียวกัน จีนมุ่งส่งเสริมความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีหลักเพิ่มเติม โดยกำหนดเป้าหมายอัตราการใช้เชื้อเพลิงเฉลี่ยของยานยนต์นั่งส่วนบุคคลไว้ที่ 3.3 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร และอัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าเฉลี่ยของยานยนต์นั่งส่วนบุคคลระบบไฟฟ้าล้วน อยู่ที่ราว 11.5 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ต่อ 100 กิโลเมตร ภายในปี 2030
แผนการข้างต้นมุ่งเดินหน้าปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมและยกระดับการพัฒนาด้านดิจิทัลและระบบอัจฉริยะ โดยมีเป้าหมายให้ผลิตภาพแรงงานโดยรวมเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 15 จากระดับในปี 2025 และผลักดันให้ผู้ผลิตยานยนต์จีนหลายรายมียอดจำหน่ายติดท็อป 10 ของโลก และมีบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ติดท็อป 100 ของโลก
สมาคมผู้ผลิตยานยนต์แห่งประเทศจีน (CAAM) ระบุว่ายอดจำหน่ายยานยนต์พลังงานใหม่ในตลาดยานยนต์จีน ช่วงเดือนสิงหาคม 2026 ครองสัดส่วนร้อยละ 60.6 ของยอดจำหน่ายยานยนต์ใหม่ประจำเดือน ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ยอดการผลิตและยอดจำหน่ายยานยนต์พลังงานใหม่ในเดือนสิงหาคมอยู่ที่กว่า 1.65 ล้านคัน และ 1.64 ล้านคัน ตามลำดับ เพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 20 เมื่อเทียบปีต่อปี