
สิงคโปร์, 15 ส.ค. (ซินหัว) -- เมื่อไม่นานมานี้ ลิม เซา ปิน นักประวัติศาสตร์ชาวสิงคโปร์ผู้ใช้เวลาหลายทศวรรษในการสืบค้นกิจกรรมสงครามชีวภาพของญี่ปุ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหัวว่าการค้นพบใหม่แต่ละครั้งเป็นเครื่องเตือนใจว่าข้อมูลอีกมากมายยังไม่ได้รับการบันทึก และการเติมเต็มช่องว่างเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศที่กว้างขวางยิ่งขึ้นระหว่างรัฐบาลและนักวิชาการ เพื่อส่งเสริมการวิจัยข้ามสาขาวิชาและผลักดันให้มีการเปิดเผยเอกสารทางประวัติศาสตร์มากขึ้น
นับตั้งแต่ทศวรรษ 1980 ลิมได้ค้นคว้าและรวบรวมเอกสารข้อมูลของญี่ปุ่นเกี่ยวกับยุคสงครามจากร้านหนังสือมือสองและหอจดหมายเหตุของรัฐบาลในญี่ปุ่น โดยในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา งานวิจัยของเขามุ่งเน้นไปที่หน่วยปฏิบัติการ 9420 ซึ่งเป็นหน่วยสงครามชีวภาพของกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก ก่อตั้งขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายสงครามชีวภาพของญี่ปุ่นและเคลื่อนไหวอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีบุคลากรจากหน่วยที่จัดตั้งขึ้นก่อนหน้า ซึ่งรวมถึงหน่วยปฏิบัติการ 731 ในเมืองฮาร์บิน ตลอดจนหน่วยอื่นๆ ในนครหนานจิง และแผ่นดินใหญ่ของญี่ปุ่น
นอกจากนี้ ลิมระบุว่าหน่วยปฏิบัติการ 9420 ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในสิงคโปร์ และมีสาขากระจายอยู่ในพื้นที่ซึ่งปัจจุบันคือมาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย เวียดนาม และเมียนมา ได้จัดตั้งสายการผลิตระเบิดเชื้อโรคในสิงคโปร์และพื้นที่ซึ่งปัจจุบันคือมาเลเซีย โดยมีการปลูกพืชผักเพื่อใช้เลี้ยงหนู เพาะเลี้ยงหนูเพื่อเพิ่มจำนวนหมัด จากนั้นนำหมัดไปทำให้ติดเชื้อแบคทีเรียก่อกาฬโรค ก่อนบรรจุลงในระเบิดแก้วและขนส่งไปยังสมรภูมิ พร้อมชี้ว่าเชื้อโรคและโรคต่างๆ ไม่ได้มีอยู่แต่เดิมในพื้นที่เหล่านี้ แต่มันถูกนำพาเข้ามา ซึ่งสะท้อนให้เห็นอีกแง่มุมหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่ยังไม่มีการคลี่คลาย
หลังญี่ปุ่นยอมแพ้ สหรัฐฯ ได้ส่งทีมหลายทีมไปตรวจสอบหน่วยปฏิบัติการ 731 โดยมีรายงานว่าหน่วยดังกล่าวส่งมอบสไลด์ตัวอย่างพยาธิวิทยาราว 8,000 แผ่นให้ฝ่ายสหรัฐฯ แต่เอกสารและวัสดุเหล่านี้ไม่เคยถูกเปิดเผยต่อสาธารณชน และสมาชิกของหน่วยดังกล่าวไม่เคยถูกดำเนินคดีจากบทบาทและการกระทำในช่วงสงคราม
ลิมระบุว่าความร่วมมือระหว่างประเทศเป็นสิ่งจำเป็น มีเพียงความพยายามที่สอดประสานระหว่างรัฐบาลและสถาบันวิจัยเท่านั้นที่จะสามารถผลักดันให้ญี่ปุ่น สหรัฐฯ และประเทศอื่นๆ เปิดเผยเอกสารจดหมายเหตุเพิ่มเติม แม้ความร่วมมือระหว่างประเทศไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเปิดหอจดหมายเหตุเท่านั้น เนื่องจากการทำความเข้าใจหลักฐานที่ยังหลงเหลืออยู่จำเป็นต้องอาศัยความเชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขามากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สื่อสิงคโปร์เผยแพร่สารคดี "เจาะลึกหน่วยปฏิบัติการ 731 : โครงการทดลองลับกับมนุษย์ของญี่ปุ่น" (Inside Unit 731: Japan's Secret Human Experiments) ซึ่งทำให้ผู้ชมจำนวนมากในสิงคโปร์รู้สึกตกใจที่ได้เรียนรู้ว่าสิงคโปร์มีความเชื่อมโยงกับโครงการสงครามชีวภาพของญี่ปุ่น โดยหลายคนเคยคิดว่าหน่วยปฏิบัติการ 731 เป็นเพียงเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับจีน แต่เมื่อสื่อของสิงคโปร์นำเสนอประวัติศาสตร์นี้ ผู้ชม รวมถึงผู้คนจำนวนมากในยุโรปและอเมริกาเหนือจึงตระหนักว่ามันเป็นเรื่องพัวพันหลายฝ่ายยิ่งกว่านั้นมาก
สำหรับลิมแล้ว การบันทึกประวัติศาสตร์ของหน่วยปฏิบัติการ 731 และหน่วยในเครือไม่ได้เป็นเพียงการสร้างภาพเหตุการณ์ในอดีตขึ้นมาใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องของการทำความเข้าใจสัญญาณเตือนที่นำไปสู่ความขัดแย้งในอนาคตด้วย โดยลิมมองว่าประวัติศาสตร์การขยายอำนาจทางทหารของญี่ปุ่นแสดงให้เห็นว่าการเตรียมพร้อมสำหรับสงครามมักเริ่มต้นขึ้นหลายปีก่อนที่จะเกิดการสู้รบอย่างเปิดเผย
ทั้งนี้ ลิมระบุว่าประชาคมระหว่างประเทศต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง และควรมีกลไกกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นสำหรับอดีตรัฐผู้รุกราน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมในลักษณะเดียวกันนี้ขึ้นอีก
