
(แฟ้มภาพซินหัว : ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตันดี.ซี. ของสหรัฐฯ วันที่ 7 เม.ย. 2026)
วอชิงตัน, 10 ส.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันอาทิตย์ (9 ส.ค.) เดอะ วอลล์ สตรีต เจอร์นัล รายงานว่าพัฒนาการล่าสุดของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านบ่งชี้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีทางเลือก "น้อยลง" ในการถอนตัวจากสงครามอิหร่าน โดยหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์พยายามปูทางเพื่อประกาศชัยชนะในสงครามอิหร่าน หากอิหร่านกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ หรือแม้แต่เสนอความคิดเป็นการส่วนตัวกับเหล่าเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสว่าพร้อมถอนตัวจากสงครามอิหร่านโดยปราศจากข้อตกลงนิวเคลียร์
รายงานระบุว่าทรัมป์พยายามรวมการเจรจานิวเคลียร์เป็นส่วนหนึ่งในการเจรจากับอิหร่าน แต่พบความยากลำบากจนทำเนียบขาวหันไปสนใจการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซมากกว่าในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทว่าการบรรลุ "เป้าหมายที่ลดระดับลง" กลับยากขึ้นเพราะอิหร่านยืนกราน "ข้อเรียกร้องที่มีราคาแพงที่สุดเท่าที่เคยมีมา" ทั้งเงินชดเชยจากสหรัฐฯ หลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ การถอนกำลังทหารสหรัฐฯ ออกจากภูมิภาค และการยุติการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ ฯลฯ โดยการเจรจาที่ไม่ราบรื่นสะท้อนว่าอิหร่านพร้อมรับมือความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ
ทั้งนี้ รายงานข่าวของเดอะ วอลล์ สตรีต เจอร์นัล เกิดขึ้นต่อเนื่องหลังจากสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่าแดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วมกองทัพสหรัฐฯ บอกกับบรรดาที่ปรึกษาของทรัมป์และเจ้าหน้าที่คณะรัฐบาลสหรัฐฯ ระดับสูงเป็นการส่วนตัวในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาว่าสหรัฐฯ ต้องหาทางออกจากสงครามอิหร่าน
ขณะเดียวกันกระแสวิตกกังวลเกี่ยวกับคลังสรรพาวุธของสหรัฐฯ ได้ก่อให้เกิดข้อสงสัยว่าสหรัฐฯ จะดำเนินปฏิบัติการทางทหารได้นานเพียงใดหลังจากสงครามอิหร่านเข้าสู่เดือนที่ 5 แล้ว โดยสื่อมวลชนรายงานว่ากองทัพสหรัฐฯ ใช้ขีปนาวุธของระบบป้องกันขีปนาวุธหลักไปเกือบร้อยละ 80 จนกลุ่มผู้บัญชาการทหารเตือนว่าปริมาณอาวุธในคลังอยู่ในระดับต่ำจนน่าเป็นห่วง ซึ่งทรัมป์ออกมายอมรับว่าแม้คลังสรรพาวุธโดยรวมของสหรัฐฯ ยังคงเพียงพอ แต่อาวุธบางประเภทอยู่ในปริมาณจำกัด โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
เดอะ วอชิงตัน โพสต์ รายงานว่ากระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ขอให้ภาคอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศของสหรัฐฯ เร่งการผลิตและส่งมอบอาวุธ ซึ่งรวมถึงอาวุธที่ขาดแคลนอย่างหนักเพราะสงครามอิหร่าน