
(แฟ้มภาพซินหัว : บุคลากรทางการแพทย์ฝังร่างผู้เสียชีวิตจากไวรัสอีโบลาในเมืองบูเนีย จังหวัดอิตูรีของดีอาร์คองโก วันที่ 9 ก.ค. 2026)
คินชาซา, 7 ส.ค. (ซินหัว) -- กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติหรือยูนิเซฟ (UNICEF) เผยว่าการระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก หรือดีอาร์คองโก คร่าชีวิตเด็กไปแล้ว 330 ราย และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อบริการด้านสุขภาพที่จำเป็นในจังหวัดอิตูรี ซึ่งเป็นจังหวัดที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยเมื่อนับถึงวันที่ 2 ส.ค. พบผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยันในกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 17 ปี จำนวน 743 ราย ซึ่งรวมถึงผู้เสียชีวิต 330 ราย
กองทุนฯ ระบุว่าแม้เด็กจะคิดเป็นเกือบ 1 ใน 4 ของผู้ป่วยยืนยัน แต่พวกเขากลับคิดเป็นเกือบ 1 ใน 3 ของผู้เสียชีวิต ซึ่งเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปีได้รับผลกระทบเป็นพิเศษ โดยมีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าผู้ใหญ่ถึงสองเท่า การระบาดครั้งนี้ยังส่งผลให้การฉีดวัคซีนป้องกันโรคในเด็ก การดูแลสุขภาพมารดา และบริการที่จำเป็นอื่นๆ ลดลงอย่างมาก เนื่องจากความหวาดกลัวว่าจะติดเชื้อและบริการของสถานพยาบาลที่หยุดชะงักทำให้ครอบครัวต่างๆ ไม่เข้ารับบริการทางการแพทย์
จอห์น อักบอร์ ผู้แทนยูนิเซฟประจำดีอาร์คองโก กล่าวว่าการระบาดของไวรัสอีโบลาส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบสาธารณสุขทั้งหมด และย่อมส่งผลกระทบต่อโรคมาลาเรีย โรคท้องร่วง และโรคอื่นๆ ที่รักษาได้ ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่สำคัญที่สุดของเด็กๆ
เมื่อวันพุธ (5 ส.ค.) องค์การแพทย์ไร้พรมแดนเตือนว่าสถานการณ์การระบาดของโรคอีโบลาในพื้นที่ตะวันออกของดีอาร์คองโกกำลังอยู่ในภาวะวิกฤตอย่างยิ่ง เนื่องจากเชื้อไวรัสยังคงแพร่ระบาดในอัตราที่น่าตกใจและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อีกทั้งไร้สัญญาณว่าการระบาดจะชะลอลง
อนึ่ง เมื่อวันพฤหัสบดี (6 ส.ค.) หน่วยงานสาธารณสุขดีอาร์คองโกรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลาที่ได้รับการยืนยันผลอยู่ที่ 4,053 ราย ซึ่งรวมถึงผู้เสียชีวิต 1,850 ราย และผู้ติดเชื้อที่หายดี 793 ราย ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อที่ยังคงกักตัวหรือรับการรักษาอยู่ที่ 694 ราย
