
(แฟ้มภาพซินหัว : ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของสหรัฐฯ วันที่ 14 มิ.ย. 2026)
นิวยอร์ก, 4 ส.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันจันทร์ (3 ส.ค.) 25 รัฐในสหรัฐฯ ยื่นคำฟ้องต่อศาลการค้าระหว่างประเทศสหรัฐฯ เพื่อฟ้องร้องคัดค้านกรณีรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กระทำเกินขอบเขตอำนาจตามกฎหมายด้วยการสั่งเก็บภาษีใหม่ในอัตราร้อยละ 10 หรือร้อยละ 12.5 สำหรับสินค้านำเข้าจาก 60 ภูมิภาคคู่ค้า ซึ่งเขตเศรษฐกิจเหล่านี้ครองสัดส่วนถึงร้อยละ 99.4 ของการนำเข้าทั้งหมดของสหรัฐฯ โดยทั้ง 25 รัฐขอให้ศาลสั่งระงับการจัดเก็บภาษี พิพากษาว่ามาตรการภาษีชุดใหม่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และให้รัฐบาลคืนเงินภาษีที่ได้ชำระไปแล้ว
ประเด็นสำคัญของคดีนี้เป็นผลจากการที่รัฐบาลพยายามหาช่องทางใช้มาตรการภาษีแบบครอบคลุม หลังจากที่ศาลรัฐบาลกลางมีคำวินิจฉัยปฏิเสธมาตรการภาษีสองชุดก่อนหน้าที่นำมาใช้ภายใต้กฎหมายคนละฉบับ โดยกลุ่มรัฐโต้แย้งว่าเจ้าหน้าที่รัฐบาลใช้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี 1974 รวมถึงข้อกังวลเรื่องแรงงานเป็นข้ออ้างเร่งออกมาตรการภาษีทั่วโลกที่มีลักษณะคล้ายเหมือนมาตรการชุดเดิม
ด้านทำเนียบขาวได้ปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ โดยยืนยันว่ามาตรการภาษีตามมาตรา 301 ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นเครื่องมือที่ทางกฎหมายที่มีความมั่นคง นับตั้งแต่ประธานาธิบดีทรัมป์ดำรงตำแหน่งสมัยแรก และยังคงใช้ได้ภายใต้รัฐบาลชุดปัจจุบัน
บรรดารัฐที่เข้าร่วมฟ้องร้องเมื่อวันจันทร์ (3 ส.ค.) ได้แก่ แอริโซนา แคลิฟอร์เนีย โคโลราโด คอนเนกทิคัต เดลาแวร์ ฮาวาย อิลลินอยส์ เคนทักกี แมสซาชูเซตส์ แมริแลนด์ เมน มิชิแกน มินนิโซตา เนวาดา นิวเจอร์ซีย์ นิวเม็กซิโก นอร์ทแคโรไลนา โอเรกอน เพนซิลเวเนีย โรดไอแลนด์ เวอร์จิเนีย เวอร์มอนต์ วอชิงตัน และวิสคอนซิน
ทั้งนี้ การยื่นฟ้องร้องครั้งนี้มีขึ้นหลังจากกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กของสหรัฐฯ ได้ยื่นฟ้องรัฐบาลด้วยข้อกล่าวหาในลักษณะเดียวกันว่ารัฐบาลทรัมป์ไม่สามารถใช้อำนาจตามกฎหมายใหม่เพื่อเลี่ยงคำตัดสินของศาลฎีกาที่เคยประกาศให้การจัดเก็บภาษีแบบครอบคลุมเป็นโมฆะไปแล้วได้
