วอชิงตัน/เตหะราน, 8 ก.ค. (ซินหัว) -- สหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน 80 แห่ง ขณะที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพของสหรัฐฯ ในบาห์เรนและคูเวตรวม 85 แห่ง ส่งผลให้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้นอีกระลอก
เมื่อค่ำวันอังคาร (7 ก.ค.) กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ เปิดเผยว่าสหรัฐฯ ดำเนินปฏิบัติการโจมตีอิหร่านรอบใหม่โดยมุ่งเป้าสถานที่กว่า 80 แห่ง ขณะที่เพรสทีวี สื่อทางการอิหร่าน รายงานเหตุระเบิดรอบใหม่บนเกาะเคช์ม (Qeshm) และได้ยินเสียงระเบิดหลายครั้งบนเกาะคาร์ก (Kharg) โดยกองบัญชาการร่วมระดับสูงของอิหร่านระบุว่ากองกำลังติดอาวุธอิหร่านจะตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ อย่างรุนแรงและเด็ดขาด พร้อมย้ำว่าจะไม่ยอมให้สหรัฐฯ แทรกแซงการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ
วันพุธ (8 ก.ค.) เพรสทีวีรายงานเกิดเหตุระเบิดรุนแรงที่ฐานทัพอากาศอาลี อัล ซาเลมในคูเวต และได้ยินเสียงระเบิดหลายครั้งในบาห์เรน โดยกระทรวงกิจการภายในบาห์เรนระบุว่าเสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นทั่วประเทศ
โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาและหัวหน้าคณะเจรจาของอิหร่าน กล่าวในวันพุธ (8 ก.ค.) ว่าสหรัฐฯ ละเมิดบันทึกความเข้าใจอย่างร้ายแรงด้วยการละเมิดการดำเนินการของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ การข่มขู่โจมตีเพิ่มเติม การกลับมาคว่ำบาตรมาตรการน้ำมัน การโจมตีพื้นที่ตอนใต้ของอิหร่าน และการที่อิสราเอลยังคงปฏิบัติการทางทหารในเลบานอน
ก่อนหน้านี้ กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ระบุว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านหลายระลอกเพื่อตอบโต้อิหร่านที่โจมตีเรือพาณิชย์ 3 ลำในช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ (OFAC) กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เพิกถอนใบอนุญาตที่ก่อนหน้านี้ผ่อนปรนให้จำหน่ายน้ำมันจากอิหร่านได้จนถึงวันที่ 21 ส.ค.

(แฟ้มภาพซินหัว : ธงชาติอิหร่านที่แขวนอยู่บนอาคารที่พังเสียหายจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลในกรุงเตหะรานของอิหร่าน วันที่ 20 เม.ย. 2026)
