
(แฟ้มภาพซินหัว : ผู้คนเที่ยวชมงานเทศกาลในเมืองโอ๊คแลนด์ของนิวซีแลนด์ วันที่ 25 ม.ค. 2025)
เวลลิงตัน, 8 พ.ค. (ซินหัว) -- วันศุกร์ (8 พ.ค.) ผลวิจัยฉบับใหม่เผยว่านิวซีแลนด์อาจมีจำนวนผู้ป่วยโรคมะเร็งกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 50 ภายในปี 2045 โดยคาดว่ากลุ่มชาวเมารีและกลุ่มคนในแถบหมู่เกาะแปซิฟิกจะได้รับผลกระทบอย่างไม่สมสัดส่วน
การศึกษาซึ่งจัดทำโดยหน่วยงานสาธารณสุขนิวซีแลนด์และมหาวิทยาลัยโอ๊คแลนด์ ได้สร้างแบบจำลองที่คาดการณ์ว่าจำนวนผู้ป่วยรายปีจะเพิ่มขึ้นจากราว 492 รายในปี 2022 เป็นราว 725 รายภายในช่วงกลางศตวรรษนี้ ขณะที่จำนวนผู้ป่วยในกลุ่มผู้ที่มีอายุ 75 ปีขึ้นไปคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ซึ่งอาจส่งผลให้ระบบบริการสาธารณสุขต้องแบกรับภาระเพิ่มมากขึ้น
นักวิจัยเตือนว่าความเหลื่อมล้ำทางชาติพันธุ์ที่มีอยู่จะขยายวงกว้างขึ้น โดยคาดการณ์ว่ากลุ่มชาวเมารีและกลุ่มคนในแถบหมู่เกาะแปซิฟิก ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอัตราการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหารสูงสุดอยู่แล้ว จะมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าในช่วงเวลาดังกล่าว
อนึ่ง มะเร็งกระเพาะอาหารถือเป็น 1 ใน 10 สาเหตุหลักของการเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในกลุ่มชาวเมารี โดยผลการศึกษาระบุว่าอัตราการรอดชีวิตในระยะ 5 ปี อยู่ที่ราวร้อยละ 27
การศึกษาข้างต้นเน้นย้ำว่ามะเร็งกระเพาะอาหารสามารถป้องกันได้ผ่านโปรแกรมการตรวจคัดกรองและรักษาเชื้อเฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร (Helicobacter pylori) แบบมุ่งเป้า เนื่องจากการติดเชื้อดังกล่าวเป็นสาเหตุหลักของโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร มักเกิดขึ้นในช่วงวัยเด็กและเชื่อมโยงกับสภาพความเป็นอยู่ที่แออัดรวมถึงความยากจนทางเศรษฐกิจและสังคม