
(แฟ้มภาพซินหัว : ศูนย์สื่อสำหรับการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในกรุงอิสลามาบัดของปากีสถาน วันที่ 11 เม.ย. 2026)
อิสลามาบัด, 12 เม.ย. (ซินหัว) -- วันอาทิตย์ (12 เม.ย.) เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่าไม่มีการบรรลุข้อตกลงใดๆ ในการเจรจาอันเข้มข้นรอบล่าสุดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ณ กรุงอิสลามาบัดของปากีสถาน โดยมีการหารือหลายประเด็นสำคัญอย่างจริงใจกันนานเกือบทั้งวัน และฝ่ายสหรัฐฯ ได้ยื่นข้อเสนอ "สุดท้ายและดีที่สุด" ซึ่งยังไม่ได้รับการตอบรับ
แวนซ์กล่าวว่าแหล่งเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ของอิหร่านถูกทำลายแล้ว การเจรจาครั้งนี้จึงหันเหความสำคัญสู่การที่อิหร่านจะให้คำมั่นสัญญาระยะยาวว่าจะไม่เสริมสร้างขีดความสามารถทางนิวเคลียร์ โดยเฉพาะการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ในช่วงหลายปีต่อจากนี้ ไม่ใช่แค่ตอนนี้
นอกจากนั้นแวนซ์ขอบคุณปากีสถานสำหรับความพยายามช่วยเหลือสหรัฐฯ และอิหร่านลดช่องว่างและบรรลุข้อตกลง โดยก่อนการเจรจาครั้งนี้ คณะผู้แทนของสหรัฐฯ และอิหร่านได้แยกกันเข้าพบกับเชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน ซึ่งแสดงความหวังว่าการเจรจาจะเป็นฐานสำคัญสู่สันติภาพที่ยั่งยืนในภูมิภาค
อนึ่ง การเจรจาครั้งนี้ที่ใช้ระยะเวลานานกว่า 14 ชั่วโมง ถือเป็นการพบปะหารือระดับสูงสุดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านตั้งแต่ปี 1979 เป็นต้นมา
ทาสนิม (Tasnim) สำนักข่าวกึ่งทางการของอิหร่าน รายงานว่าการเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ในกรุงอิสลามาบัดได้สิ้นสุดลงโดยไม่มีผลลัพธ์ใดๆ เนื่องจากข้อเรียกร้องที่มากเกินไปของสหรัฐฯ เป็นอุปสรรคต่อการสร้างกรอบการทำงานและข้อตกลงร่วมกัน
ก่อนหน้านี้เอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน โพสต์ว่าช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา อิหร่านได้หารือหลายประเด็นหลักกับสหรัฐฯ ในหลายแง่มุม ทั้งช่องแคบฮอร์มุซ นิวเคลียร์ ค่าปฏิกรรมสงคราม การยกเลิกคว่ำบาตร และการยุติสงครามกับอิหร่านและในภูมิภาคอย่างสิ้นเชิง
บากาอีชี้ว่าความสำเร็จของกระบวนการทางการทูตครั้งนี้ขึ้นอยู่กับความจริงจังและความจริงใจของฝ่ายตรงข้าม การงดเว้นจากข้อเรียกร้องที่มากเกินไปและไม่ชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงการยอมรับสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของอิหร่าน